จีนเก็บภาษีเนื้อหมูอียูตอบโต้ทุ่มตลาด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 กันยายน ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจาก เนื้อหมูอียู อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้เป็นผลจากการสอบสวนเบื้องต้นที่ยืนยันว่า สหภาพยุโรปใช้มาตรการทุ่มตลาดต่อส่งออกเนื้อหมูเข้าสู่จีน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสุกรท้องถิ่น โดย จีนจะเรียกเก็บภาษี ในอัตราที่สูงถึง 62.4% ต่อเนื้อหมูที่นำเข้าจาก ประเทศสมาชิกอียู เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนเป็นต้นไป
จีนเก็บภาษีเนื้อหมูอียูตอบโต้ทุ่มตลาด
การใช้มาตรการนี้ไม่ใช่เพียงการเรียกเก็บภาษีเพิ่ม แต่จะมีลักษณะของการจ่ายเงินประกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนขยายระยะเวลาการตรวจสอบการส่งออกเนื้อหมูจากอียูเข้าสู่ตลาดจีนไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม อีกทั้งการสอบสวนครั้งนี้เป็นผลจากคำร้องของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของจีน ซึ่งร้องขอให้รัฐบาลดำเนินการตอบโต้มาตรการของอียูอย่างจริงจัง
ความเคลื่อนไหวที่ส่งผลทั้งจีนและอียู
สิ่งที่น่าสนใจคือ พื้นหลังของเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการที่อียูเรียกเก็บภาษีเพิ่มต่อยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (EV) จากจีน ซึ่งประกอบด้วยบริษัทรถยนต์จีนชั้นนำ เช่น เอสเอไอซี มอเตอร์ที่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มถึง 38.1% รองลงมาคือจีลี ออโตโมบิล 20% และบีวายดี 17.4% การเรียกเก็บภาษีสูงอย่างนี้ส่งผลให้จีนไม่อาจมองข้ามไปได้ และจึงใช้มาตรการตอบโต้ในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าพอสมควรเช่นนี้
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปก็ยังไม่แสดงท่าทียอมแพ้ เพราะถือว่ามาตรการของจีนเป็นการตอบโต้ในทางการค้าที่ไม่ยุติธรรม ดังนั้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งโดยรวมแล้วมีมูลค่าการแลกเปลี่ยนสินค้าหลายหมื่นล้านยูโรต่อปี
เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการต่อสู้ระหว่างเศรษฐกิจใหญ่ และเป็นบททดสอบว่าประเทศสมาชิกอียูสามารถประนีประนอมกับจีนได้ดีเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งสองกลุ่มมีนโยบายด้านการค้าที่หลากหลายต่อกัน
หากคุณเป็นผู้ประกอบการส่งออกเนื้อสัตว์หรือมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และค่าใช้จ่ายในการนำเข้า-ส่งออกในอนาคต
ที่มา – จีนเตรียมใช้มาตรการชั่วคราว เก็บภาษี “เนื้อหมูอียู” ตอบโต้ทุ่มตลาด