จ่อเชือด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ฟันข้อหาอ่วม ปิด 3 เพจขยะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลทุกคน! วันนี้มีข่าวด่วนที่กำลังเป็นกระแสแรงมากเลยนะครับ จ่อเชือด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ฟันข้อหาอ่วม จากการทำคอนเทนต์สุดอันตรายที่กระทบประชาชนจริงๆ โดยเฉพาะคลิปล่าสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง ที่เจ้าตัวนำกาวยาแนวผสมน้ำมาทำเป็นแป้งทาหน้าใส่คนอื่น ส่งผลให้มีผู้เสียหายไปแจ้งความแล้ว 2 ราย ตำรวจไซเบอร์ไม่ยอมนิ่งเฉย เร่งดำเนินคดีทั้งทางกายภาพและออนไลน์ แถมเตรียมปิดเพจขยะทั้ง 3 เพจให้เร็วที่สุดด้วย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

จ่อเชือด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ฟันข้อหาอ่วม

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน犯罪ทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการ สอท.1 ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าคดีนี้ โดยยอมรับว่าคอนเทนต์ของเบิร์ด วันว่างๆ ที่ทำซ้ำซากกระทบประชาชน โดยเฉพาะคลิปกาวยาแนวปลอมแป้งนั้น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว ตำรวจได้ประสานงานกับ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการทันที

คดีนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ นะครับ ส่วนแรกคือคดีอาญาเชิงกายภาพ มีผู้เสียหาย 2 รายที่โดนแป้งปลอมนี้ไปแจ้งความเมื่อคืนก่อน คาดว่าข้อหาหลักคือทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และตอนนี้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย ถ้าพบบาดเจ็บสาหัส จะอัพเกรดเป็นมาตรา 297 โทษหนักขึ้นไปอีก นอกจากนี้ บริษัทเจ้าของกาวยาแนวยังออกแถลงการณ์เตรียมฟ้องด้วย ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้าและคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายแพ่งด้วยครับ

ข้อหาคดีออนไลน์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ส่วนที่สองที่หนักไม่แพ้กันคือคดีออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบเพจของเบิร์ดทั้ง 3 เพจ พบเนื้อหาเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) คือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น คลิปที่โพสต์กาวยาแนวใส่คนและอ้างว่าเป็นแป้งมัน ซึ่งบิดเบือนข้อเท็จจริงชัดเจน และมาตรา 14 (2) การเผยแพร่ข้อมูลทำให้ประชาชนตื่นตระหนก โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว

  • มาตรา 14 (1): นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • มาตรา 14 (2): ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • เพิ่มเติม: บริษัทกาวยาแนวฟ้องละเมิดเครื่องหมายการค้า
  • PDPA: ผู้ที่ปรากฏในคลิปไม่ยินยอม สามารถแจ้งความเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลได้

นอกจากนี้ ตำรวจยังประสาน สภ.พระประแดง ส่งเรื่องมาตามขั้นตอน แล้วจะนำ URL เพจทั้ง 3 ส่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อปิดเพจให้เร็วที่สุด คาดว่าภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้เพจก็หายไปจากระบบแล้วครับ

กระบวนการสอบสวนและหมายจับ

การทำงานของตำรวจไซเบอร์จะคู่ขนานกับ สภ.พระประแดง โดยสภ.พระประแดงเป็นเจ้าภาพหลักเรื่องทำร้ายร่างกาย ออกหมายเรียกเบิร์ดแล้ว ส่วนไซเบอร์จะตามข้อหาออนไลน์ สำหรับหมายจับ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ ชี้แจงว่าต้องดูเจตนาและยืนยันตัวตนก่อน โดยต้องให้เบิร์ดมาพบและตรวจโทรศัพท์เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นคนโพสต์จริง ถ้าพิสูจน์ได้ก็ออกหมายจับได้ทันที เพราะโทษเกิน 5 ปี

กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าคอนเทนต์โซเชียลต้องรับผิดชอบ คลิปสนุกๆ แต่ทำร้ายคนจริงได้นะครับ เสี่ยงต่อสุขภาพผิวหนังจากสารเคมีในกาว แถมสร้างความตื่นตระหนกในสังคม ครีเอเตอร์ทุกคนควรคิดให้ดีก่อนโพสต์ อย่าให้กลายเป็นคดีอ่วมแบบนี้

ในมุมมองของผม คดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับวงการคอนเทนต์ออนไลน์ ถ้าคุณเป็นผู้เสียหายหรือเห็นคลิปแบบนี้ รีบแจ้งความและรายงานแพลตฟอร์มทันทีครับ สนับสนุนให้ตำรวจปราบคอนเทนต์ขยะพวกนี้ ถ้าชอบบทความ แชร์ต่อและคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างเลยนะ ว่าคิดยังไงกับกรณีจ่อเชือด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ฟันข้อหาอ่วมแบบนี้!

ที่มา – จ่อเชือด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ฟันข้อหาอ่วม เร่งปิด 3 เพจกำจัดคอนเทนต์ขยะเร็วที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *