ชรบ.สุรินทร์เก็บซากจรวดบีเอ็ม-21 หลังปะทะเดือดแนวปราสาทตาควาย–เนิน 350

ชรบ.สุรินทร์เก็บซากจรวดบีเอ็ม-21 หลังปะทะเดือดแนวปราสาทตาควาย–เนิน 350

เหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้นบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 กลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างอย่างรุนแรง โดยล่าสุด ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าเก็บรวบรวมซากชิ้นส่วนจรวดบีเอ็ม-21 ที่ตกกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ หลังการปะทะกันอย่างดุเดือดที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568

ชรบ.สุรินทร์เก็บซากจรวดบีเอ็ม-21 หลังปะทะเดือดแนวปราสาทตาควาย–เนิน 350 ชายแดนไทย–กัมพูชา

การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชานอกจากจะส่งผลต่อความปลอดภัยของทหารแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ที่ต้องเผชิญกับเสียงปืนและเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ซากอาวุธสงครามตกลงมาในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

หนึ่งในหลักฐานชัดเจนของความรุนแรงที่เกิดขึ้นคือ ซากชิ้นส่วนของจรวดบีเอ็ม-21 ที่ถูกยิงมาจากฝั่งกัมพูชาและตกลงมาในหลายจุดบริเวณหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้ชรบ.ต้องเร่งเก็บรวบรวมเพื่อความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากซากจรวดบีเอ็ม-21 แล้ว ยังมีรายงานว่ามีการยิงจรวดเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย เช่น รถไถนาที่ถูกจรวดตกใส่จนเกิดเพลิงไหม้และเสียหายทั้งคัน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์

การปะทะกันบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ไม่ใช่เพียงการปะทะกันธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะเนิน 350 ที่ถือเป็นจุดข่มและจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถควบคุมพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฝ่ายไทยได้พยายามเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 แต่การปะทะกันยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเช้าและบ่ายของวันที่ 21 ธันวาคม ที่มีการยิงตอบโต้กันด้วยปืนใหญ่และปืน ค.

สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ยังคงตึงเครียด โดยมีการยิงปืนใหญ่และยิงตอบโต้กันเป็นระยะ แม้จะไม่หนาแน่นเท่ากับช่วงหลายวันก่อน แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่อชีวิตประชาชน

นอกเหนือจากความเสียหายทางวัตถุแล้ว ความขัดแย้งดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งการอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย และความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของพื้นที่

นายอภินพ อนุทูล ผู้ใหญ่บ้านในตำบลตาเมียง เปิดเผยว่า ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณช่องกร่างและปราสาทตาเมือนธม เป็นการปะทะกันประปรายตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น. เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เป็นการปะทะกันหน้าแนว โดยใช้อาวุธปืนใหญ่และปืน ค.

ทั้งนี้ ยังมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าฝั่งกัมพูชาจะยอมถอนกำลังหรือไม่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังตลอดเวลาในพื้นที่

สำหรับประชาชนผู้อพยพ ยังคงขอให้อยู่ในศูนย์พักพิงไปก่อน ยังไม่อยากให้เดินทางกลับเข้าพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย โดยพื้นที่ตำบลตาเมียงขณะนี้ยังไม่มีประชาชนอพยพกลับเข้ามา

บทสรุป

  • การปะทะกันบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
  • ชรบ.สุรินทร์เก็บซากจรวดบีเอ็ม-21 หลังปะทะเดือดแนวปราสาทตาควาย–เนิน 350 เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
  • การต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ยังคงตึงเครียด และมีการยิงตอบโต้กันเป็นระยะ
  • ประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องใช้ชีวิตภายใต้ความไม่ปลอดภัย และต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

การปะทะกันบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเพื่อรักษาสันติภาพในพื้นที่

ที่มา – ชรบ.สุรินทร์เก็บซากจรวดบีเอ็ม-21 หลังปะทะเดือดแนวปราสาทตาควาย–เนิน 350 ชายแดนไทย–กัมพูชา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *