ชลประทานเร่งระบายน้ำส่วนเกินลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ
กรมชลประทานกำลังดำเนินการอย่างใกล้ชิดในการติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำ ด้วยการเปิดสถานีสูบและระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องและน้ำหลาก รวมถึงการเร่งระบายน้ำส่วนเกินลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง
ชลประทานเร่งระบายน้ำส่วนเกินลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ
เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทานร่วมมือกับสำนักงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมเครื่องจักรกลกว่า 6,772 รายการ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 7 กันยายน 2568 มีการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วกว่า 53 จังหวัด
การสนับสนุนเครื่องจักรช่วยระบายน้ำ
ในช่วงเวลาดังกล่าว กรมชลประทานได้จัดส่งเครื่องสูบน้ำ 845 เครื่อง รองรับการระบายน้ำได้กว่า 194 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมทั้งรถบรรทุกน้ำ 17 คัน ซึ่งบรรทุกน้ำได้รวมกว่า 174,000 ลิตร เครื่องผลักดันน้ำ 234 เครื่อง และเครื่องจักรกลอื่น ๆ อีก 73 หน่วย เหล่าเครื่องจักรกลทั้งหลายถูกส่งไปยังพื้นที่ที่จำเป็น เพื่อให้เยี่ยงช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- จัดส่งเครื่องสูบน้ำ 845 เครื่อง
- รถบรรทุกน้ำ 17 คัน
- เครื่องผลักดันน้ำ 234 เครื่อง
- เครื่องจักรกลอื่นๆ 73 หน่วย
กรมชลประทานยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงการทำงานกับทุกภาคส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ สามารถติดตามสถานการณ์การระบายน้ำได้ผ่านเว็บไซต์ wmsc.rid.go.th หรือ bigdata-swoc.rid.go.th สายด่วน 1460 ก็เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งเหตุและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ในสถานการณ์ปัจจุบัน การ ชลประทานเร่งระบายน้ำส่วนเกินลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานต้องให้ความสำคัญสูงสุด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินชีวิตอย่างต่อเนื่อง
หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้แม่น้ำหรือลุ่มต่ำ ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ความประมาทกลายเป็นอันตราย
ที่มา – ชลประทานเร่งระบายน้ำส่วนเกิน ลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำ