‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบใช้รุกขกร
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพต้นไม้ริมทางหลวงที่ถูกตัดจนเหลือแต่ตอ แห้งเหี่ยวและไร้กิ่งก้าน จนดูไม่เหมือนต้นไม้ที่ควรจะมีชีวิตชีวา ล่าสุดประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในสภา เมื่อ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาสะท้อนปัญหา ‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบใช้รุกขกร เพื่อหยุดพฤติกรรมการจัดการต้นไม้แบบไร้ทิศทาง ซึ่งถือเป็นการทำลายสมบัติของชาติอย่างน่าเสียดาย
‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบใช้รุกขกร ดูแลต้นไม้
นายชวนได้ชี้ให้เห็นว่า การตัดแต่งต้นไม้แบบหัวกุดไม่ใช่การบำรุงรักษา แต่เปรียบเสมือนการประหารชีวิตต้นไม้ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อนและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้นไม้ใหญ่ริมทางมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลิตออกซิเจนและสร้างร่มเงา แต่หน่วยงานรัฐกลับมองว่าต้นไม้คือภาระและกลัวความรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ จึงใช้วิธีตัดทิ้งแบบง่ายๆ เพื่อหนีปัญหา ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดหลักการดูแลรักษาอย่างสิ้นเชิง
แนวทางแก้ไขเพื่อปกป้องสมบัติของชาติ
นอกจากประเด็นที่ ‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบใช้รุกขกร แล้ว ท่านยังได้เสนอแนะแนวทางที่น่าสนใจและทำได้จริง ดังนี้:
- การจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน: ควรมีงบประมาณเฉพาะสำหรับการดูแลต้นไม้โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน
- การใช้ผู้เชี่ยวชาญ (รุกขกร): ต้องเลิกใช้วิธีตัดแบบมักง่าย และหันมาจ้างงานรุกขกรมืออาชีพที่มีความรู้ในการตัดแต่งต้นไม้ให้ปลอดภัยและสวยงาม
- โมเดลความร่วมมือจากเอกชน: ยกตัวอย่างความสำเร็จที่ จ.ตรัง ซึ่งให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดูแลเกาะกลางถนน เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดินและสร้างความยั่งยืน
ในมุมมองของผม ต้นไม้ริมทางไม่ใช่แค่สิ่งประดับ แต่เป็นปอดขนาดใหญ่ของประเทศไทย การบริหารจัดการด้วยวิธีตัดแบบเดิมๆ จึงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป หากรัฐบาลยอมรับฟังข้อเสนอจาก ‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบใช้รุกขกร อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าเราจะสามารถรักษาต้นไม้เหล่านี้ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานได้อีกนาน การเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองว่าต้นไม้เป็นภาระ มาเป็นการมองว่านี่คือสินทรัพย์ที่มีค่าระดับชาติ คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดครับ
ที่มา – ‘ชวน’ประจานตัดไม้ริมทางหลวงมักง่าย แนะตั้งงบฯใช้ ‘รุกขกร’ ตัดแต่งกิ่ง ย้ำเป็น ‘สมบัติชาติ’