ชัดแล้ว! ทักษิณยื่นอภัยโทษหลังจำคุก 1 ปี

หลังจากที่มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดก็ชัดเจนแล้วว่า ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุก 1 ปี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ในคดีที่ 14 นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว

ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย: ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

เพียงวันถัดมา คือวันที่ 10 กันยายน 2568 นายทักษิณได้ยื่นคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษต่อกระทรวงยุติธรรมทันที หลังจากเข้าอยู่ในเรือนจำตามคำพิพากษา กระทรวงยุติธรรมภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีมติยกคำร้องและส่งเรื่องต่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด แม้ว่าช่วงเวลานี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 24 กันยายน แต่การพิจารณายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 กันยายน 2568

ทีมข่าวตรวจสอบจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย จริง และเรื่องนี้ผ่านชั้นพิจารณาของกระทรวงไปแล้ว การขออภัยโทษเฉพาะรายเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม โดยสามารถยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษในฐานะรายบุคคล เช่นเดียวกับกรณีของนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ที่เคยยื่นขอเช่นกันเมื่ออยู่ในเรือนจำ

ขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย

สำหรับผู้ที่สนใจทราบรายละเอียด ขั้นตอนการยื่น ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย มีดังนี้ โดยผู้ต้องขังหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น บิดา-มารดา คู่สมรส หรือบุตร สามารถเริ่มต้นได้จาก:

  • ยื่นเรื่องผ่านเรือนจำหรือทัณฑสถาน ซึ่งจะมีการสอบสวนและรวบรวมเอกสารเบื้องต้น
  • ส่งต่อไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อประมวลข้อเท็จจริงและสรุปเพื่อถวายความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • ความเห็นจากรัฐมนตรีจะถูกส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากนั้นไปยังสำนักงานองคมนตรี
  • สุดท้าย รอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ผลฎีกา และแจ้งผลกลับมายังเรือนจำ

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อได้รับคำร้องแล้ว หน่วยงานทุกชั้นไม่สามารถเก็บไว้ได้ ต้องเสนอขึ้นตามลำดับ โดยความเห็นจะเป็นเพียง “เห็นควรอภัยโทษ” หรือ “เห็นว่าโทษเหมาะสมแล้ว” แต่การตัดสินพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจที่ไม่สามารถก้าวล่วงได้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการยื่นซ้ำ เนื่องจากนายทักษิณเคยยื่นขออภัยโทษเฉพาะรายเมื่อกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งลดโทษจาก 8 ปีเหลือ 1 ปี แม้จะมีการรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่ก็ถือเป็นการรับโทษแล้ว ดังนั้น คำพิพากษาล่าสุดจึงเป็นโทษใหม่ที่ต้องบังคับคดี ผู้ต้องขังมักจะเรียบเรียงเหตุผลส่วนตัวในฎีกาเพื่ออธิบายว่าทำไมจึงขออภัยโทษในครั้งนี้ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์

การดำเนินการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสในระบบยุติธรรมไทย ที่ให้โอกาสทุกคนเข้าถึงพระราชทานอภัยโทษอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลสำคัญอย่างนายทักษิณ แม้จะมีข่าวลือมากมาย แต่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนปกติ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคสของ ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ากฎหมายไทยให้ความสำคัญกับสิทธิผู้ต้องขัง หากคุณกำลังตามข่าวการเมืองหรือกฎหมาย แนะนำให้ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจบริบทที่กว้างขึ้น

ที่มา – ชัดแล้ว! “ทักษิณ” ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย หลังศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุก 1 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *