ชาวนาระทม! **ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน** รัฐไม่สน?
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โดยล่าสุดข้าวเปลือกข้าวชื้น 25% ในภาคกลางหลายแห่งเหลือเพียงตันละ 5,300-5,800 บาท และมีแนวโน้มลดต่ออีก จนเกรงว่าอาจต่ำกว่าตันละ 5,000 บาทในไม่ช้า เนื่องจากปีนี้ข้าวนาปรังออกมาเยอะ แถมการค้าการส่งออกก็ลดลงจนกระทบชาวนา จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาทางช่วยดูแลด่วน เพราะปีก่อนราคาเคยสูงถึงตันละ 10,000 บาท แต่มาตอนนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ เพราะขายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่ 6,000 บาท
“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นรัฐบาลไหน ดูแลเกษตรกรได้แย่ขนาดนี้ ชาวนาวันนี้แทบจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้ อย่างโครงการไร่ละพันนาปรัง ที่สัญญาจะแจกมาตั้งแต่ต้นปี ถึงวันนี้ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ขณะที่การช่วยเหลือข้าวนาปีล่าสุดก็ยกเลิกประชุม ซึ่งตอนนี้ภาระชาวนาไล่หลังมาเรื่อย ๆ ทั้งหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องลงทุนปลูกข้าวนาปี แถมค่าปุ๋ยก็แพงขึ้นกระสอบละ 100-200 บาทอีก แต่รัฐยังไม่ทำอะไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย”
ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลแจกเงินอย่างเดียว แต่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน ให้ดีกว่าปัจจุบัน โดยขอให้อย่าต่ำกว่าตันละ 8,000 บาท รวมถึงให้ช่วยหาเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,200-1,300 กก. การจัดหาแหล่งน้ำ และดูแลต้นทุนการเพาะปลูกให้ ก็โอเคแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาข้าวเปลือกล่าสุด 8 ส.ค.จากเว็บไซต์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ข้าวเปลือกเจ้าในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ความชื้น 15% ลดลงเหลือตันละ 6,100-7,100 บาท ความชื้น 25% อยู่ที่ 5,100-5,900 บาท ยกเว้นจ.ฉะเชิงเทรา ที่ราคาลดต่ำสุดไปอยู่ที่ตันละ 4,900 บาทเท่านั้น
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ กล่าวว่า ปี 68 เป็นปีที่ท้าทายมาก เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกสูง ขณะที่ความต้องการลดลง เช่น อินโดนีเซียที่เคยนำเข้า 4 ล้านตันในปีก่อน คาดว่าอาจซื้อเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน ราคาข้าวก็ลดลงเหลือกก.ละ 10.50 บาท จากเดิม 19–20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญคู่แข่งของไทยพัฒนาเรื่องพันธุ์ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้ความแตกต่างด้านคุณภาพลดลง หากราคาข้าวไทยแพงกว่าก็มีแนวโน้มที่จะขายไม่ได้
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และอยู่ในระดับ 33–34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเร่งเปิดตลาดข้าวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้ข้าวแข็งในการเลี้ยงแรงงานในแคมป์ และขอให้ผลักดันโควตาการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น รวมถึงผลักดันการส่งออกข้าวไปอิรัก
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางร่วมกันผลักดันข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดันส่งออกข้าวจีทูจีตามโควตาที่เหลืออีก 280,000 ตัน รวมทั้งเจาะตลาดจีนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ ตลาดญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่ง รวมถึงฮ่องกงซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคและระบายสต็อกข้าวนาปี คาดว่าจะสามารถดึงข้าวเปลือกออกได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านจุดกระตุ้นตลาดนัดข้าวเปลือก สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อให้มีแรงซื้อในประเทศ พร้อมเร่งระบายข้าวไปยังตลาดศักยภาพทั่วโลก
ชาวนาระทม ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน
วิกฤตราคาข้าว: ชาวนากำลังเผชิญปัญหาอะไร?
สถานการณ์ ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน บาท ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อภาคการเกษตรไทย รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหามาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการประกันราคา การชดเชยต้นทุน หรือการหาตลาดใหม่ เพื่อให้ชาวนาสามารถอยู่รอดได้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้
- เร่งช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำ
- หามาตรการระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวอย่างยั่งยืน
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว
ปัญหาข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชาวนาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย หากชาวนาไม่สามารถทำกำไรได้ ก็จะไม่สามารถใช้จ่ายและลงทุนได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคการเกษตรไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาของเรา
ที่มา – ชาวนาระทม ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่