ชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปี
กระแสการย้ายถิ่นฐานของชาวนิวซีแลนด์กำลังกลับมาเป็นประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมือง หลังมีข้อมูลว่า ชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโอกาสในประเทศของตัวเอง
สำนักงานสถิตินิวซีแลนด์เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี มีชาวนิวซีแลนด์เดินทางออกไปยังออสเตรเลียจำนวน 12,471 คน ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2556 แม้การย้ายออกในช่วงต้นปีจะเกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะคนหนุ่มสาวจำนวนมากเพิ่งสำเร็จการศึกษาและเริ่มมองหางานใหม่ แต่ตัวเลขล่าสุดก็แสดงให้เห็นว่าแรงจูงใจในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงเพิ่มขึ้น
ชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปี
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวนิวซีแลนด์จำนวนมากเลือกออสเตรเลีย คือความคาดหวังเรื่องรายได้และโอกาสการทำงาน ออสเตรเลียมีตลาดแรงงานขนาดใหญ่กว่า มีเมืองเศรษฐกิจหลายแห่ง และเปิดทางให้แรงงานจากนิวซีแลนด์สามารถเข้าไปทำงานได้ค่อนข้างสะดวก ความแตกต่างของค่าจ้างในบางอุตสาหกรรมจึงกลายเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ การย้ายประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้จบการศึกษาใหม่เท่านั้น แรงงานที่มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ช่างฝีมือ และผู้ทำงานในภาคบริการก็อาจพิจารณาออสเตรเลียเป็นทางเลือก หากมองเห็นโอกาสในการเติบโตทางอาชีพที่ชัดเจนกว่า ขณะเดียวกัน การมีเครือญาติหรือเพื่อนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียก็ช่วยลดความกังวลด้านการปรับตัวและทำให้การย้ายถิ่นฐานทำได้ง่ายขึ้น
ผลกระทบจากชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปี
กระแสชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปีสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย. ฝ่ายค้านใช้ข้อมูลนี้ตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมค่าครองชีพ สร้างงาน และทำให้ประชาชนมองเห็นอนาคตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจไม่ได้มีเพียงจำนวนผู้เดินทางออกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตโดยรวม หากคนทำงานรู้สึกว่ารายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย หรือไม่สามารถหางานที่ตรงกับทักษะของตนได้ พวกเขาอาจตัดสินใจย้ายไปยังประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า การตัดสินใจเช่นนี้จึงเป็นทั้งเรื่องส่วนบุคคลและภาพสะท้อนของนโยบายเศรษฐกิจในระดับประเทศ
ผลสำรวจความคิดเห็นระบุว่า พรรคเนชันแนลของลักซอนมีคะแนนนิยมสูสีกับพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน แม้รัฐบาลจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมเดิม แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาหลังการเลือกตั้งได้ สถานการณ์การย้ายถิ่นฐานจึงอาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ชาวนิวซีแลนด์บางส่วนเดินทางกลับประเทศ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่ได้มีเพียงการไหลออกจากนิวซีแลนด์เท่านั้น ข้อมูลในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมี.ค. ระบุว่า มีชาวนิวซีแลนด์เดินทางกลับจากออสเตรเลียประมาณ 13,460 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2564 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการย้ายถิ่นฐานมีลักษณะหมุนเวียน บางคนเดินทางไปทำงานหรือหาประสบการณ์ในต่างประเทศ ก่อนกลับมาเริ่มต้นธุรกิจ ทำงาน หรือใช้ชีวิตกับครอบครัวในนิวซีแลนด์
เมื่อหักจำนวนผู้เดินทางกลับแล้ว นิวซีแลนด์มีพลเมืองย้ายออกสุทธิ 27,890 คน แม้จะยังเป็นจำนวนมาก แต่ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2566 การดูตัวเลขสุทธิจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นภาพที่สมดุลมากขึ้นว่าประเทศไม่ได้สูญเสียประชากรทั้งหมดจากการย้ายออก และยังมีคนบางส่วนที่เลือกกลับเข้ามาใช้ชีวิตในประเทศ
การเพิ่มขึ้นของผู้เดินทางกลับอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น สภาพเศรษฐกิจในออสเตรเลียที่เปลี่ยนแปลง ความผูกพันกับครอบครัว หรือความต้องการกลับมาประกอบธุรกิจในบ้านเกิด ขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยทำงานในต่างประเทศอาจนำทักษะ เงินออม และประสบการณ์กลับมาช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในนิวซีแลนด์ได้เช่นกัน
ผลต่อผู้อพยพและเศรษฐกิจนิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์พึ่งพาผู้อพยพจากต่างประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนอุปสงค์ การลงทุน และตลาดแรงงานมาโดยตลอด เมื่อพลเมืองของประเทศย้ายออกจำนวนมาก ยอดผู้อพยพสุทธิอาจลดลง และส่งผลต่อการบริโภค ภาคอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ และการจัดหาบุคลากรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า จำนวนผู้อพยพสุทธิในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนส.ค. อยู่ที่ 20,503 คน เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุด 9,163 คนในเดือนส.ค. ของปีก่อน แม้ตัวเลขจะปรับตัวดีขึ้น แต่รัฐบาลยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเพียงพอที่จะชดเชยจำนวนพลเมืองที่เดินทางออกหรือไม่ รวมถึงต้องประเมินว่าผู้อพยพที่เข้ามาสามารถเติมเต็มตำแหน่งงานที่ขาดแคลนได้ตรงจุดหรือไม่
ในระยะยาว รัฐบาลอาจต้องวางนโยบายที่ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมงานที่มีค่าจ้างเหมาะสม การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และการเพิ่มทักษะให้แรงงาน หากนโยบายเหล่านี้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจช่วยลดแรงจูงใจในการย้ายออก และดึงดูดคนที่มีความสามารถให้กลับมาทำงานในนิวซีแลนด์
ประเด็นชาวนิวซีแลนด์ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปีจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงข่าวตัวเลขการเดินทาง แต่ควรพิจารณาในฐานะสัญญาณเตือนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าการทำงานและการใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์ยังมีอนาคตที่มั่นคง ส่วนประชาชนก็ควรติดตามทั้งตัวเลขผู้ย้ายออกและผู้เดินทางกลับ เพื่อทำความเข้าใจทิศทางแรงงานของประเทศอย่างรอบด้าน
ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นบททดสอบสำคัญว่ารัฐบาลสามารถตอบโจทย์ค่าครองชีพ การจ้างงาน และโอกาสของคนรุ่นใหม่ได้มากน้อยเพียงใด หากต้องการลดกระแสการย้ายออกอย่างยั่งยืน นโยบายที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าอยู่บ้านเกิดแล้วมีอนาคต อาจเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุด
ที่มา – ชาวนิวซีแลนด์แห่ย้ายไปออสเตรเลียสูงสุดรอบ 13 ปี กดดันรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง