ชาวบ้านแนวชายแดน-บุรีรัมย์ เร่งขายผลผลิตการเกษตร ลั่นไม่เชื่อคำ ‘เขมร’ หวั่นเหตุปะทะรอบ 3

จากเหตุการณ์ทหารไทยถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงต่างพากันตื่นตัวและไม่เชื่อในคำชี้แจงของฝ่ายกัมพูชา จึงเร่งระดมเก็บเกี่ยวและขายผลผลิตการเกษตรทันที เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากเกิดการปะทะกันอีกครั้ง ชาวบ้านแนวชายแดน-บุรีรัมย์ เร่งขายผลผลิตการเกษตร ลั่นไม่เชื่อคำ ‘เขมร’ หวั่นเหตุปะทะรอบ 3 กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนความกังวลของประชาชนในพื้นที่

ชาวบ้านแนวชายแดน-บุรีรัมย์ เร่งขายผลผลิตการเกษตร ลั่นไม่เชื่อคำ ‘เขมร’ หวั่นเหตุปะทะรอบ 3

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ช่องบก อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาแล้วหลายครั้ง ล่าสุด จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 ถูกสะเก็ดระเบิดจากกระสุนปืน ค. ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน 469 – ฐานภูมิมะละกอ เมื่อวันที่ 6 มกราคม ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้อ้างว่าเป็นการยิงปืนลั่นของทหารเมา และต่อมาได้ชี้แจงว่าเกิดจากการเผาขยะภายในเขตฐานที่ตั้ง ซึ่งมีกระสุนชนิด DKZ ตกค้างอยู่ ทำให้เกิดการระเบิดและลูกกระสุนพุ่งข้ามมาทางฝั่งไทย

ความไม่เชื่อมั่นของชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างไม่เชื่อในคำอธิบายดังกล่าว โดยเฉพาะเกษตรกรที่อาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน ต่างพากันเร่งเก็บเกี่ยวและขายพืชผลการเกษตรทันที นางชุติการณ์ แก้วพวง อายุ 59 ปี ชาว ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด ที่ทำสวนยางพารา กล่าวว่า ตอนนี้กรีดยางได้เท่าไหร่ก็นำมาขายทั้งหมด เผื่อต้องอพยพหนีภัยอีกรอบ เพราะทุกครั้งที่มีความขัดแย้งชายแดน ชาวบ้านต้องอพยพและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

เช่นเดียวกับ นางสำรวม ดวงสิงห์ อายุ 48 ปี ชาว ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด ที่มีสวนยางพารา 4 ไร่ กล่าวว่า รีบเอายางก้อนมาขายก่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันเป็นรอบที่ 3 ต้องเตรียมเงินสดไว้ก่อน เพราะการอพยพต้องใช้ค่าใช้จ่ายหลายด้าน ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าอาหาร

ความเห็นจากอดีตทหาร

ด้าน นายไพรวัลย์ ชะวูรัมย์ อายุ 56 ปี อดีตทหารที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กล่าวว่า เรื่องที่ลูกกระสุน ค. ตกมาใส่ทหารไทยจากการเผาขยะนั้น “ไม่มีทางเป็นไปได้” เพราะลูกกระสุนจะแม่นยำขนาดนั้นได้อย่างไร ที่จะพุ่งข้ามมาถูกทหารไทยพอดี ตนไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา และมองว่าการประกาศหยุดยิงของกัมพูชา น่าจะเป็นการต่อลมหายใจเพื่อเสริมกำลังและเติมอาวุธ ก่อนจะเข้าปะทะชายแดนในระยะประชิด

ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่

ความตึงเครียดบริเวณชายแดนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาพืชผลการเกษตรเป็นหลัก หลายคนต้องขายพืชผลตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว เพื่อแลกเป็นเงินสดไว้ใช้ยามจำเป็น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความมั่นคง ทำให้ชาวบ้านต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี แต่ความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ ชาวบ้านแนวชายแดน-บุรีรัมย์ เร่งขายผลผลิตการเกษตร ลั่นไม่เชื่อคำ ‘เขมร’ หวั่นเหตุปะทะรอบ 3 ไม่ใช่แค่ข่าว แต่คือชีวิตจริงของคนที่ต้องอยู่กับความไม่แน่นอนทุกวัน

การป้องกันและดูแลความมั่นคงของชาติ ควรคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดนด้วย ไม่ใช่แค่การรักษาดินแดน แต่ต้องรักษาความสงบสุขของประชาชนด้วย

ที่มา – ชาวบ้านแนวชายแดน-บุรีรัมย์ เร่งขายผลผลิตการเกษตร ลั่นไม่เชื่อ คำ ‘เขมร’ หวั่นเหตุปะทะรอบ 3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *