ชาวองครักษ์ปิดถนนรังสิต-นครนายก จี้เปิดประตูคลอง 12
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังมีน้ำท่วมขังนานเกือบ 20 วัน จนชาวบ้านกว่า 500 คนเดินทางมายังบริเวณประตูระบายน้ำคลอง 12 ถนนรังสิต-นครนายก เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดประตูระบายน้ำและเร่งแก้ไขปัญหาให้เห็นผลโดยเร็ว
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้เกิดความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เพราะชาวบ้านต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง การเดินทางที่ลำบาก และผลกระทบต่อการประกอบอาชีพมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชลประทาน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าติดตามสถานการณ์และพยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม
ชาวองครักษ์ปิดถนนรังสิต-นครนายก จี้เปิดประตูคลอง 12
ล่าสุด ชาวองครักษ์กว่า 500 คนรวมตัวกันบริเวณหน้าประตูระบายน้ำคลอง 12 และปิดถนนรังสิต-นครนายกฝั่งขาเข้า เพื่อกดดันให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เนื่องจากเห็นว่าแนวทางระบายน้ำที่ดำเนินการอยู่ยังไม่สามารถช่วยลดระดับน้ำในพื้นที่องครักษ์ได้อย่างเพียงพอ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับเส้นทางให้รถใช้ถนนฝั่งทิศใต้แทน
ด้านตัวแทนเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ จังหวัดปทุมธานี อธิบายว่า การเปิดประตูคลอง 12 โดยทันทีอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น เนื่องจากมวลน้ำจะไหลเข้าสู่คลองซอยตั้งแต่คลอง 12 ลงไปถึงคลอง 8 ก่อนเชื่อมต่อกับพื้นที่ลำลูกกาและคลองหกวา ซึ่งปัจจุบันมีสถานีสูบน้ำรองรับอยู่แล้ว หากเพิ่มปริมาณน้ำเข้าไปมากเกินไป ระบบสูบน้ำอาจรับภาระหนักขึ้น และทำให้เกิดการสูบน้ำซ้ำในพื้นที่เดิม
เหตุผลที่ยังไม่เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า การยังไม่เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ต้องการปิดกั้นความช่วยเหลือประชาชนชาวองครักษ์ แต่เป็นการพิจารณาเส้นทางน้ำทั้งระบบ เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาในจุดหนึ่งกลายเป็นการผลักภาระไปยังชุมชนอีกพื้นที่หนึ่ง โดยแนวทางที่เลือกใช้ในเบื้องต้นคือการเพิ่มการระบายน้ำผ่านประตูปากคลอง 13 หรือคลองตัน
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ยกบานประตูคลอง 13 จำนวน 2 บาน บานละ 10 เซนติเมตร และติดตามระดับน้ำประมาณ 2-3 วัน ก่อนปรับเพิ่มการยกบานเป็น 25 เซนติเมตร เพื่อเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิต-นครนายกไปทางลำลูกกาและหนองจอก รวมถึงเชื่อมต่อไปยังพื้นที่บางน้ำเปรี้ยว โดยมีการใช้ระบบสูบน้ำและท่อไซฟอนช่วยส่งน้ำออกจากพื้นที่
- ระดับน้ำบริเวณหน้าบ้านคลอง 13 ลดลงจากประมาณ 90 เซนติเมตร เหลือราว 80 เซนติเมตร
- มีการเพิ่มการระบายน้ำผ่านประตูคลอง 13 เพื่อช่วยลดระดับน้ำในคลองรังสิต
- เจ้าหน้าที่ต้องติดตามผลกระทบต่อพื้นที่ลำลูกกา หนองจอก และบางน้ำเปรี้ยวอย่างใกล้ชิด
- การตัดสินใจเปิดหรือปิดประตูน้ำต้องประเมินปริมาณน้ำและศักยภาพของสถานีสูบน้ำในแต่ละพื้นที่
ข้อมูลจากฝ่ายบริหารจัดการน้ำระบุว่า คลองระพีพัฒน์และคลองรังสิตมีเส้นทางเชื่อมโยงกันหลายจุด มวลน้ำบางส่วนสามารถระบายไปทางประตูน้ำพระอินทร์และคลองเชียงราก เพื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ ขณะที่น้ำจากคลอง 13 สามารถส่งผ่านท่อไซฟอนใต้คลองรังสิตไปยังโซนลำลูกกา ปัจจุบันมีการระบายน้ำประมาณ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แนวทางต่อไปคือการประสานกับกรมชลประทานเพื่อปรับสมดุลการระบายน้ำ โดยอาจลดปริมาณน้ำจากคลองระพีพัฒน์แยกใต้บริเวณประตูน้ำไซฟอน และเพิ่มการยกบานประตูคลอง 13 แทน วิธีนี้จะช่วยควบคุมไม่ให้ปริมาณน้ำที่ไหลไปยังบางน้ำเปรี้ยวเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม พร้อมลดระดับน้ำในคลองรังสิตและพื้นที่อำเภอองครักษ์ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงประตูระบายน้ำเสาวภา ซึ่งสามารถช่วยสูบน้ำจากคลองรังสิตได้ เนื่องจากคลองรังสิตไม่ได้สิ้นสุดเพียงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี แต่ยังเชื่อมต่อไปถึงอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก การบริหารจัดการน้ำจึงจำเป็นต้องมองภาพรวมทั้งระบบ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะประตูระบายน้ำจุดใดจุดหนึ่ง
สำหรับประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือแผนงานที่ชัดเจน การแจ้งข้อมูลระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และการตัดสินใจที่รวดเร็วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง การเจรจาระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจข้อจำกัดของเส้นทางน้ำ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนทั้งจังหวัดนครนายกและปทุมธานี
ชาวองครักษ์ปิดถนนรังสิต-นครนายก จี้เปิดประตูคลอง 12 เพราะต้องการให้ปัญหาน้ำท่วมได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและทันเวลา อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำควรดำเนินการบนข้อมูลที่รอบด้าน ควบคู่กับการรับฟังเสียงของประชาชน หากทุกหน่วยงานประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและสื่อสารอย่างโปร่งใส ก็จะช่วยลดความขัดแย้งและบรรเทาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ได้มากขึ้น
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณถนนรังสิต-นครนายกในช่วงที่มีการรวมตัวและการจราจรติดขัด ทั้งนี้ ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดันให้เกิดแผนระบายน้ำที่ช่วยเหลือทั้งชาวองครักษ์และชุมชนปลายน้ำอย่างเป็นธรรม



