ชาวเน็ตจีน ‘เจนซี’ หลงรัก ‘อักษรลับสตรี’ 400 ปีก่อน

กระแสที่น่าสนใจในโลกออนไลน์ของจีนขณะนี้คือ ความนิยมใน “อักษรลับสตรี” หรือ “นหวี่ชู” (女书 – Nüshu) จากรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี “นหวี่ชู” ซึ่งแปลว่า “อักษรของผู้หญิง” ถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 400 ปีก่อน ในช่วงเวลาที่สตรีถูกจำกัดโอกาสทางการศึกษา พวกเธอจึงคิดค้นระบบการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อสื่อสารกันอย่างลับๆ ผ่านตัวอักษร บทเพลง และงานเย็บปักถักร้อย

อักษรลับสตรีนี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนในเมืองเจียงหยงที่ห่างไกล และปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้หญิงชาวจีน โดยมองว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง” และการแสดงออกถึงมรดกทางวัฒนธรรม

ลักษณะเด่นของนหวี่ชูคือ ความอ่อนช้อยและโค้งมน ซึ่งแตกต่างจากตัวอักษรจีนมาตรฐานที่มีลักษณะเหลี่ยมมากกว่า ตัวอักษรนหวี่ชูมีรูปร่างเรียว คล้ายใบหลิวที่พลิ้วไหวตามสายลม

บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังของจีนอย่างเสี่ยวหงชู (Xiaohongshu) แฮชแท็ก #นหวี่ชู มียอดวิวสูงถึง 73.5 ล้านครั้ง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาพรอยสัก งานศิลปะสมัยใหม่ที่ผสมผสานอักษรลับสตรี รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ ที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์

ชาวเน็ตจีน ‘เจนซี’ กำลังตกหลุมรัก ‘อักษรลับ’ ของสตรีเมื่อ 400 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้นหวี่ชูอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนนอกพื้นที่ เนื่องจากตัวอักษรนี้ใช้ภาษาถิ่นเจียงหยงในการออกเสียง แต่ถึงกระนั้น คุณค่าและความหมายของภาษาที่ผู้หญิงสร้างขึ้นก็ได้รับการยกย่องอย่างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนศิลปะที่มองเห็นความงามและความเป็นเอกลักษณ์ของอักษรลับสตรี

เหอ เยว่จวน ครูสอนนหวี่ชู ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 12 “ผู้สืบทอด” ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีน เธอมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และทักษะเกี่ยวกับนหวี่ชูให้กับนักเรียนและผู้ที่สนใจ เธอกล่าวว่านหวี่ชูได้รับการชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนศิลปะจำนวนมากที่มองเห็นคุณค่าในเชิงสุนทรียะและประวัติศาสตร์

การอนุรักษ์และสืบสานอักษรลับสตรี

นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมนหวี่ชู ตัวอย่างเช่น นักเรียนนหวี่ชูราวร้อยคนมารวมตัวกันในโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อปที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมของอักษรลับสตรี

เถา ยู่ซี นักศึกษาแอนิเมชันวัย 23 ปี เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและกล่าวว่า เขากำลังศึกษาอักษรลับสตรีเพื่อหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง เขามองว่าตัวอักษรเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป

การที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับอักษรลับสตรี แสดงให้เห็นถึงความตระหนักในคุณค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงประสบการณ์และความคิดของพวกเธอ

น่าสนใจว่า มรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากข้อจำกัดในอดีต กลับกลายมาเป็นแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในปัจจุบัน อะไรคือสิ่งที่เราจะสามารถเรียนรู้ได้จากเรื่องราวของ “นหวี่ชู” หรือ อักษรลับสตรี?

ที่มา – ชาวเน็ตจีน ‘เจนซี’ กำลังตกหลุมรัก ‘อักษรลับ’ ของสตรีเมื่อ 400 ปีก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *