ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยวหวั่นชายแดนตึงเครียด
ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยว หวั่นชายแดนตึงเครียดซ้ำ เกรงอพยพรอบ 3 กระทบรายได้ กลายเป็นภาพสะท้อนความกังวลของเกษตรกรในพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไร่อ้อยบ้านภูมินิยม หมู่ที่ 10 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบชาวบ้านเร่งตัดอ้อยอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดและคาดเดาไม่ได้ ทำให้ทุกคนหวาดกลัวว่าจะเกิดการอพยพครั้งที่ 3 ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ที่本就ย่ำแย่อยู่แล้ว
ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยว หวั่นชายแดนตึงเครียดซ้ำ เกรงอพยพรอบ 3 กระทบรายได้
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เริ่มตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตชาวไร่อ้อยในสุรินทร์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก การอพยพครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นถึง 2 รอบแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องหยุดงานและเสียโอกาสเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ราคาอ้อยที่ตกต่ำยังเป็นปัญหาใหญ่ที่รุมเร้าเกษตรกรมาตลอดปี
ทำไมชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยว หวั่นชายแดนตึงเครียดซ้ำ
นายลี ฉันทวินัย อายุ 58 ปี ชาวบ้านภูมินิยม หมู่ที่ 10 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ปลูกอ้อยมานานกว่า 20-30 ปี เล่าว่าปีนี้มีพื้นที่ปลูก 10 ไร่ แต่ราคาขายอ้อยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท หรือตันละ 1,000 บาท รายได้รวมปีละประมาณ 100,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไรน้อยมาก ปัญหาโรคระบาดในวัวควายและการอพยพ 2 รอบจากชายแดน ทำให้ชาวบ้านหวาดระแวง จึงจ้างลูกจ้าง 5 คนมาช่วยตัดอ้อยให้เสร็จเร็วที่สุด
นางสุมาลี ผมเพชร อายุ 50 ปี แรงงานรับจ้างในพื้นที่ เล่าว่าช่วงอพยพครั้งก่อนไม่มีรายได้เลย ต้องมารับจ้างตัดอ้อย ได้ค่าจ้างมัดละ 3 บาท วันละ 50-60 มัด รายได้วันละ 200-300 บาท แม้ไม่มากแต่จำเป็นต่อการเลี้ยงครอบครัว ชาวบ้านหวังสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายเร็ว เพื่อกลับสู่ชีวิตปกติ
ปัญหาที่ชาวไร่อ้อยเผชิญในพื้นที่ชายแดน
- ราคาอ้อยต่ำ: ขายตันละ 1,000 บาท กำไรน้อย
- โรคระบาดในวัวควาย: ส่งผลต่อการทำไร่
- การอพยพรอบ 2 ครั้ง: จากความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา
- หวั่นอพยพรอบ 3: อาจทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทัน สูญเสียรายได้
- สถานการณ์เผาป่า: ฝั่งกัมพูชาเผาเมื่อ 16 ก.พ. 2569 ทหารไทยเฝ้าระวัง
นอกจากปัญหาเหล่านี้ ภาวะเศรษฐกิจซบเซายังทำให้เกษตรกรอ้อยในสุรินทร์เดือดร้อนหนัก อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ แต่ปีนี้ผลผลิตราคาตกต่ำจากปัจจัยหลายประการ เช่น ค่าแรงงานสูงขึ้น ต้นทุนปุ๋ยแพง และตลาดส่งออกชะงัก ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยวจึงไม่ใช่แค่เรื่องสภาพอากาศ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและชายแดน
ทหารไทยในพื้นที่ยังคงเฝ้าจับตาชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดไม่พบการเผาป่าฝั่งไทย แต่ไฟจากกัมพูชาลุกลามในช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านต้องทำงานหนักใต้แดดร้อนเพื่อประคองครอบครัว
จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดซ้ำซากนี้ไม่เพียงกระทบเกษตรกร แต่ยังสะท้อนปัญหาการทูตไทย-กัมพูชาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น ประกันราคาอ้อย สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร และเจรจาสร้างสันติภาพชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยว หวั่นชายแดนตึงเครียดซ้ำ เกรงอพยพรอบ 3 กระทบรายได้ เกิดขึ้นอีก
คุณคิดว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายเมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้คนอื่นรับรู้ปัญหาของเกษตรกรไทย!
ที่มา – ชาวไร่อ้อยสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยว หวั่นชายแดนตึงเครียดซ้ำ เกรงอพยพรอบ 3 กระทบรายได้
