ชี้ดิจิทัลไทยก้าวหน้า ภาคเอกชนใช้ “AI” เพิ่มขึ้น
ชี้ดิจิทัลไทยก้าวหน้า ภาคเอกชนใช้ “AI” เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยในปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแง่ของภาคเอกชนที่หันมาใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ที่ต้องอาศัยนวัตกรรมและดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ดัชนีดิจิทัลของไทยดีขึ้นในทุกมิติ
จากข้อมูลการศึกษาภายใต้โครงการ ไทยแลนด์ ดิจิทัล เอ้าท์ลุค (Thailand Digital Outlook) ประจำปี 2568 ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการด้านดิจิทัลในหลายตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งอ้างอิงจากกรอบแนวคิดของ OECD ครอบคลุม 8 มิติ ได้แก่ การเข้าถึง การใช้งาน นวัตกรรม อาชีพ สังคม ความน่าเชื่อถือ การเปิดเสรีของตลาด และการเติบโตและสภาพความเป็นอยู่
ภาคเอกชนหันใช้ AI เพิ่มขึ้น
หนึ่งในตัวชี้วัดที่น่าสนใจที่สุดคือ สัดส่วนการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของภาคธุรกิจเอกชน ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 56.14% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 66.11% ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่า ภาคเอกชนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ
การใช้ AI ในภาคธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลาง ที่เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การบริการลูกค้าอัตโนมัติ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สะท้อนความก้าวหน้าคือ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นจาก 90.30% เป็น 92.20% ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้การใช้งานดิจิทัลและการเข้าถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างทั่วถึง
การพัฒนาทักษะดิจิทัล
ความก้าวหน้าด้านดิจิทัลไม่ได้วัดกันแค่การมีอุปกรณ์หรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึง การพัฒนาทักษะของบุคลากร ซึ่งในปี 2568 พบว่า สัดส่วนลูกจ้างที่ได้รับการอบรมหรือฝึกทักษะดิจิทัล เพิ่มขึ้นเป็น 39.11% จาก 31.70% ในปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่า ภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร
สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตของ สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลต่อจีดีพี ที่เพิ่มขึ้นจาก 12.93% เป็น 13.31% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ความเหลื่อมล้ำลดลง
ในแง่ของความเท่าเทียม พบว่า ความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจำแนกตามระดับการศึกษา ลดลงจาก 14.80% เหลือ 10.60% ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่บ่งชี้ว่า การเข้าถึงดิจิทัลเริ่มมีความเท่าเทียมมากขึ้น
ความท้าทายและโอกาส
แม้จะมีความก้าวหน้า แต่การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยยังคงลดลงหนึ่งอันดับ เป็นอันดับที่ 38 จาก 37 ในปีก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา จำนวนบุคลากรด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ที่ยังน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ รวมถึงกฎระเบียบภาครัฐที่ยังซับซ้อน
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ ดิจิทัลไทยแลนด์ อย่างแท้จริง จำเป็นต้องพัฒนาในหลายมิติไปพร้อมกัน ทั้งด้านกำลังคน ระบบ ข้อมูล และนวัตกรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากดิจิทัล
สรุป
การที่ ชี้ดิจิทัลไทยก้าวหน้า ภาคเอกชนใช้ “AI” เพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงความตื่นตัวของภาคเอกชนต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก