ชี้แจงเหตุเต่าในศูนย์สตูลตายจากอุทกภัยพร้อมเดินหน้ามาตรการฟื้นฟู 3 ระยะ
ชี้แจงเหตุเต่าในศูนย์สตูลตายจากอุทกภัยพร้อมเดินหน้ามาตรการฟื้นฟู 3 ระยะ
จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดสตูล เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสตูล และทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดรวมถึง “เต่า” ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง กรมประมงได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมเดินหน้าแผนการฟื้นฟูพันธุ์เต่าอย่างเร่งด่วนใน 3 ระยะ เพื่อให้ประชากรเต่ากลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์อุทกภัยสตูลกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดสตูลตั้งแต่วันที่ 22 – 28 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า 2.2 เมตร สูงกว่าความสูงของตะแกรงกั้นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้บ่อบางส่วนได้รับความเสียหาย และส่งผลให้ “เต่า” จำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาออกจากบ่อ
ในเบื้องต้น พบว่า ก่อนน้ำท่วมมีเต่ามีชีวิตทั้งหมด 1,789 ตัว และซากเต่า 189 ซาก แต่หลังน้ำลดลง ได้มีการตรวจนับอีกครั้ง พบว่า เต่าที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือเพียง 271 ตัว และซากเต่าที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 23 ซาก ซึ่งยังมีพื้นที่บางส่วนที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ หากน้ำลดลงอย่างสมบูรณ์ จะมีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลอีกครั้งเพื่อประเมินความเสียหายอย่างละเอียด
มาตรการฟื้นฟูพันธุ์เต่า 3 ระยะ
เพื่อให้ประชากรเต่าสามารถฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาวะปกติ กรมประมงได้วางแผนการฟื้นฟูพันธุ์เต่าไว้อย่างเป็นระบบใน 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1: ฟื้นฟูหลังน้ำลด
- สำรวจและประเมินความเสียหายของบ่อเลี้ยง
- ตรวจนับและรวบรวมเต่าที่ยังมีชีวิต
- ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนช่วยแจ้งหากพบเต่าหลุดลอด
- จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่รอบชุมชนริมคลองละงูอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเต่าในธรรมชาติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ เพื่อนำกลับมาดูแลได้ เนื่องจากเต่าเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562
ระยะที่ 2: ฟื้นฟูและการจัดการพ่อแม่พันธุ์
การฟื้นฟูพันธุ์เต่าในระยะนี้จะเน้นไปที่การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ที่รอดชีวิตจากบ่อเดิมและจากธรรมชาติ นำมาเพาะพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากร เต่าสามารถสืบพันธุ์ได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม และจะวางไข่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของปีถัดไป แม่เต่าหนึ่งตัวสามารถวางไข่ได้ครั้งละประมาณ 6 – 31 ฟอง
ด้วยอัตราการสืบพันธุ์ที่ค่อนข้างช้า กรมประมงคาดการณ์ว่าจะใช้เวลานานประมาณ 3 – 4 ปี กว่าที่ประชากรเต่าจะกลับคืนสู่ระดับเดิมก่อนเกิดอุทกภัย
ระยะที่ 3: เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในอนาคต
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต กรมประมงจะดำเนินการดังนี้
- จัดทำบ่อสำรอง (Backup Pond) ในพื้นที่บ่อดิน เพื่อใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวในภาวะฉุกเฉิน
- ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเตรียมแผนรองรับสถานการณ์วิกฤต
- ยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและพัฒนาแผนการอพยพสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เดินหน้าฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
กรมประมงยืนยันว่าจะเดินหน้าฟื้นฟูประชากรเต่าอย่างเต็มกำลัง ทั้งการสำรวจความเสียหาย การรวบรวมเต่าที่หลุดลอดออกจากพื้นที่ การฟื้นฟูพ่อแม่พันธุ์ และการเพาะขยายประชากรทดแทน พร้อมยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและแผนรองรับในอนาคต เพื่อปกป้องทรัพยากรเต่าของจังหวัดสตูลให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
การฟื้นฟูพันธุ์เต่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถฟื้นฟูประชากรเต่าให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในอนาคตอันใกล้
ที่มา – ชี้แจงเหตุเต่าในศูนย์ฯ สตูลตายจากอุทกภัยพร้อมเดินหน้ามาตรการฟื้นฟู 3 ระยะ