ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ แสดงพลังห่วงใยชายแดน จตุพร จี้รัฐบาลรับผิดชอบปมปราสาทตาควาย
ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ แสดงพลังห่วงใยชายแดน “จตุพร” จี้รัฐบาลรับผิดชอบปมปราสาทตาควาย
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชุมนุมใหญ่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้จัดขึ้น เพื่อแสดงพลังความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีกลุ่มประชาชนจำนวนมากให้การสนับสนุน และเพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ ภายใต้บรรยากาศที่แสดงถึงความเป็นห่วงความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรจากคณะหลอมรวมประชาชน ได้ขึ้นปราศรัยในที่ชุมนุม โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถึงการบริหารสถานการณ์ชายแดนที่ล้มเหลว ส่งผลให้ไทยสูญเสียทั้งชีวิตทหาร พลเรือน และยังรวมถึงการสูญเสียพื้นที่ปราสาทตาควายอีกด้วย เขาชี้ว่า การตัดสินใจของรัฐบาลในสถานการณ์ดังกล่าว ขาดการประสานงานกับกองทัพอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดครั้งสำคัญ
ข้อตกลงหยุดยิงกับปัญหาที่ตามมา
นายจตุพรได้กล่าวถึงข้อตกลงการหยุดยิงที่ถูกเสนอโดยรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยไม่รับฟังรายงาน หรือประเมินร่วมกับฝ่ายกองทัพ โดยระบุว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง แม้บางพื้นที่จะได้คืนกลับมาบ้าง แต่ยังมีรอยด่างที่ไม่สามารถลบได้ ซึ่งส่งผลให้ไทยอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง
เขายังแสดงความเห็นว่า การเข้ามามีบทบาทของประเทศที่สามในการเจรจา ได้ลดทอนเสียเปรียบให้แก่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะเรื่องของความเข้าใจด้านภูมิศาสตร์การเมืองและการบังคับบัญชา จนกลายเป็นเหตุการณ์การสูญเสียปราสาทตาควายในที่สุด
- เรียกร้องให้ยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่เป็นธรรม
- ต้องฟังเสียงของกองทัพมากขึ้นในทางตัดสินใจ
- ไม่ควรมองข้ามความมั่นคงของพื้นที่ชายแดน
นอกจากนี้ เขากล่าวถึงบทบาทของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร โดยอ้างถึงปมบันทึกเสียงการสนทนาระหว่างเธอและเจ้าหน้าที่ที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดทางการเมืองและนำมาสู่สถานการณ์ที่เกินการควบคุม ระบุว่า นี่คือความล้มเหลวที่มาจากความประมาท
ความผิดไม่ใช่จากสงคราม แต่เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาด
การสูญเสียในครั้งนี้ จตุพร ระบุชัดว่า ไม่ใช่มาจากความพ่ายแพ้ทางการทหาร แต่มาจากความผิดพลาดของตัวแทนรัฐบาลที่บางครั้งอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ได้นำพาประเทศไปสู่ปัญหาความเสี่ยงที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เขาชี้ว่า ถ้าหาก น.ส. แพทองธาร ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพในการปกป้องอธิปไตยของไทย และไม่ปล่อยให้เกิดการเสียดินแดนไป ก็คงไม่มีประชาชนออกมาชุมนุมในลักษณะนี้อย่างแน่นอน ชุมนุมครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเวลาที่มีปัญหาเรื่องชายแดน
อนาคตของการชุมนุมหลังรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม นายจตุพรได้ระบุว่า ในปัจจุบันยังไม่มีการวางแผนปักหลักชุมนุมต่อเนื่องแต่อย่างใด โดยขอให้ประชาชนรอติดตามคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 สิงหาคม เช่นเดียวกับข่าวการนัดฟังคำบังคับโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขาได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ขอให้คุณทักษิณโชคดี” ด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังดี