ชูวิทย์ สั่ง เท้ง ให้หุบปากปมสู้รบชายแดน ลั่นหยุดหาเสียงท่ามกลางวิกฤตประเทศ

ชูวิทย์ สั่ง เท้ง ให้หุบปากปมสู้รบชายแดน ลั่นหยุดหาเสียงท่ามกลางวิกฤตประเทศ

การเมืองไทยในช่วงนี้ถูกจับตาจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาที่ชายแดน ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ล่าสุด ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงถึง หัวหน้าพรรคประชาชน หรือ “เท้ง” กรณีการเชื่อมโยงปมสู้รบชายแดนเข้ากับเรื่องสแกมเมอร์

ชูวิทย์ ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองทุกฝ่ายควร “ปิดปาก” หยุดการหาเสียง และยุติการขัดแย้งกันเอง เพื่อให้ประเทศสามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

การเมืองกับความมั่นคงต้องแยกออกจากกัน

ในยุคที่การเมืองกลายเป็นสนามแข่งขันของนักการเมืองหลายฝ่าย การใช้ประเด็นความมั่นคง หรือสถานการณ์ชายแดน มาเป็นเครื่องมือในการโจมตีคู่แข่ง ถือเป็นสิ่งที่อันตรายและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ชูวิทย์ ชี้ว่า การที่ฝ่ายค้านออกมาแย้งทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐบาลทำ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ เช่น กรณีการปะทะกับกัมพูชา ถือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง

เขาย้ำว่า “การเมืองมีฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน โดยปกติฝ่ายรัฐบาลทำอะไร ฝ่ายค้านต้องคอยแย้งไม่เห็นด้วย แต่ในช่วงนี้ที่ นายกฯ อนุทิน ทิ้งการเจรจา และให้รบปะทะกับเขมร ได้ใจประชาชน แล้วก็มีฝ่ายค้านอย่างคุณเท้ง พรรคประชาชนบอกว่าต้นตอการปะทะครั้งนี้ และทุกครั้งเกิดจากฮุนเซนต้องการปกป้องสแกมเมอร์”

หัวหน้าพรรคประชาชนถูกวิพากษ์วิจารณ์

เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุของการปะทะกันที่ชายแดน มีต้นตอมาจากความพยายามของฮุนเซนในการเบี่ยงเบนประเด็นสแกมเมอร์

ชูวิทย์ ระบุว่า การตั้งสมมติฐานเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่นักการเมืองควรทำในช่วงวิกฤต เพราะมันจะทำให้ประชาชนสับสน และมองไม่เห็นภาพรวมของปัญหา

“ล่าสุดที่ ปปง. อายัดเงินหมื่นล้านของ เบน สมิธ ก๊กอาน ยิมเลียก เฉินจื้อ ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหยกๆ คุณเท้งยังบอกว่า ฮุนเซนเบี่ยงประเด็น พลิกสถานการณ์ที่โลกล้อมกัมพูชาเรื่องสแกมเมอร์ ให้กลายเป็นโลกมาล้อมไทยที่รังแกรุกรานประเทศที่อ่อนแอกว่า”

ชูวิทย์ มองว่า การพูดเช่นนี้ เป็นการ “หาเสียง” มากกว่าการแก้ปัญหา และเป็นการแบ่งแยกประชาชนในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการความสามัคคี

ถึงเวลาที่นักการเมืองต้อง “ปิดปาก”

หนึ่งในข้อความที่ชูวิทย์ ฝากถึงนักการเมืองทุกคน คือ การเรียกร้องให้นักการเมือง “ปิดปาก” หยุดการหาเสียง และการขัดแย้งกันเอง เพื่อให้ประเทศสามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

“นี่คือสิ่งนักการเมืองอย่างเท้ง พยายามจะหาเสียงเสียมากกว่า หยุดความเห็น และตั้งสมมติฐานที่แตกต่างเสียก่อน เพราะมันไม่ใช่เวลาหาเสียง หรือขัดแย้งกันเอง”

ชูวิทย์ เชื่อว่า ณ เวลานี้ ประเทศต้องการความสามัคคีอันแน่วแน่ และไม่ควรมีการแบ่งแยกหรือขัดแย้งกันเอง เพราะศัตรูที่แท้จริง คือ ผู้รุกรานที่คุกคามอธิปไตยของชาติ

ความมั่นคงของชาติมาก่อนการเมือง

การที่กัมพูชาเป็นฝ่ายยิงมาก่อน ทำให้ภาวะผู้นำของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ชูวิทย์ มองว่า รัฐบาลไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากการย้ำว่า “ปกป้องอธิปไตย” เพราะนี่คือหน้าที่และพันธกิจของรัฐบาลที่ต้องทำ

“เข้าใจได้ว่า ‘สงครามจะสร้างวีรษุรุษ ให้ นักการเมืองใช้ในการหาเสียง’ แต่มันย่อมไม่ใช่เวลาที่จะมาท้วงติง เพราะมันเป็นเวลาที่จะต้องรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อต่อต้านผู้รุกรานอธิปไตยเสียก่อน”

พรรคก้าวไกลกับพรรคประชาชน ความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันเอง

ชูวิทย์ ยังได้พูดถึงความขัดแย้งของพรรคการเมืองบางพรรค ที่ในอดีตเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่มีการรุกรานประเทศที่อยู่ใกล้ๆ กัน มันไม่มีทะเลาะกันแล้ว บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพแล้วด้วย”

แต่ในสถานการณ์จริง กลับออกมาตั้งคำถามและตั้งสมมติฐานที่ขัดแย้งกับสิ่งที่เคยพูดไว้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้ประชาชนสับสน และขาดความเชื่อมั่นในตัวนักการเมือง

“สิ่งที่พิธา พรรคก้าวไกล เคยพูดไว้ กับตอนนี้ที่ เท้ง พรรคประชาชนเพิ่งพูดไป ผมว่าหยุดพูดก่อนดีกว่า เป็นเวลาที่นักการเมืองควร ‘ปิดปาก’ ไว้ และปล่อยให้ทหารทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย”

ความคิดเห็นจากประชาชน

หลังจากที่ ชูวิทย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

หลายคนเห็นด้วยกับความคิดเห็นของชูวิทย์ ว่า นักการเมืองควรหยุดการหาเสียง และการขัดแย้งกันเอง เพื่อให้ประเทศสามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่อีกหลายคน ก็มองว่า การที่นักการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิ์และหน้าที่ของนักการเมือง ที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล

บทสรุป

ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน การเมืองควรเป็นเรื่องของ “ประชาชน” และ “ประเทศ” ไม่ใช่เรื่องของ “อำนาจ” และ “ผลประโยชน์”

การที่นักการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงวิกฤต เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การแสดงความคิดเห็นนั้น ควรคำนึงถึง “ผลประโยชน์ของประเทศ” เป็นอันดับแรก

ถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองทุกฝ่าย ควร “ปิดปาก” หยุดการหาเสียง และการขัดแย้งกันเอง เพื่อให้ประเทศสามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

ที่มา – “ชูวิทย์” สั่ง “เท้ง”ให้หุบปากปมสู้รบชายแดน ลั่นหยุดหาเสียงท่ามกลางวิกฤตประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *