“ช่อ”เปิดเหตุผล “ทำไมพรรคประชาชนต้องจับมือภูมิใจไทย”
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 นางสาวพรรณิการ์ วานิช สมาชิกพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ชี้แจงเหตุผลที่พรรคประชาชนตัดสินใจร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมเปิดเผยว่า “เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง”
“ทำไมพรรคประชาชนต้องจับมือภูมิใจไทย”
นางสาวพรรณิการ์ระบุอย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจของพรรคประชาชนไม่ได้เกิดจากการต่อรองลับ หรือความโกรธเกลียดพรรคใด แต่เป็นการพิจารณาอย่างรอบด้านภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน
1. ผลักดันยุบสภาตลอด 2 เดือนครึ่ง
พรรคมากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยุบสภา เนื่องจากเห็นว่าการคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกนายกฯ เป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่ยุบสภาจนกว่าอำนาจจะหมดสิ้น ทำให้พรรคประชาชนต้องเดินตามข้อตกลง MOA ที่ได้ลงนามไว้
2. ภูมิใจไทยคือทางเลือกเดียวที่มี
การไม่ลงเสียงสนับสนุนรัฐบาลหมายถึงการปล่อยให้ภูมิธรรมดำรงตำแหน่งต่อ และอาจนำไปสู่ดีลซับซ้อนจากอดีต ขณะที่พรรคประชาชนมีเสียง 143 เสียง หากใช้ไม่ถูกก็เป็นเพียงการนั่งเฉยๆ
3. เงื่อนไขร่วมที่ชัดเจน
ข้อตกลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่แค่เรื่องการยุบสภา แต่เป็นการยุบสภาพร้อมจัดประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง pouvoir ของประเทศ
4. การจับมือเพื่อความอยู่รอด
หากไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แม้พรรคประชาชนจะชนะเลือกตั้ง แต่ก็อาจตกเป็นเป้าทางกฎหมายเหมือนอดีต เพราะต้องพึ่งเสียงนิติบัญญัติที่ควบคุมโดยฝ่ายตรงข้าม
5. เปลี่ยนคำพูดให้เป็นความจริง
สโลแกน “ประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุด” ต้องกลายเป็นความเป็นจริง ไม่ใช่แค่คำขวัญ จึงจำเป็นต้องเดินหน้าสร้างรัฐธรรมนูญใหม่
6. ความเข้มแข็งของพรรคประชาชน
การตัดสินใจนี้ไม่ได้ทำให้พรรคประชาชนอ่อนแอ แต่กลับแสดงให้เห็นความเป็นพรรคประชาธิปไตยแท้จริง ทุกเสียงในพรรคถูกเคารพ และทุกคนพร้อมไปกับเส้นทางที่เลือกไว้
ในที่สุด ทางเลือกครั้งนี้คือการเดินไปข้างหน้าไม่ถอย ไม่ว่าผลลัพธ์จะนำไปที่ใด พรรคประชาชนพร้อมรับภาระ และรักษาความฝันเดียวกันไว้ถึงจุดหมาย
ประชาชนยังคงเดินหน้า พวกเราคือคนขีดเส้นทางสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเชิญอ่านและแชร์บทความนี้ เพื่อร่วมสนับสนุนให้การเมืองไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ
ที่มา – “ช่อ”เปิดเหตุผล “ทำไมพรรคประชาชนต้องจับมือภูมิใจไทย”ลั่น”เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง