ช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง
เหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นใกล้โรงเรียนบ้านท่าเรือจ้าง จังหวัดตราด หลังตำรวจได้รับแจ้งว่ามีชายใช้อาวุธปืนข่มขู่ภายในคานเรือเกษมศิริ พื้นที่หมู่ 1 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานกำลังสายตรวจและชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบทันที เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ถึง 200 เมตร จึงต้องเร่งกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว
สำหรับเหตุการณ์ ช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อสีเขียวและกางเกงสีดำ โดยในช่วงแรกยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาวุธที่ใช้เป็นปืนชนิดใด ตำรวจพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง กระทั่งชายคนดังกล่าวเดินออกมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ โดยไม่พบว่าถืออาวุธปืนอยู่ในมือ
ช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง ตำรวจเข้าระงับเหตุ
ร.ต.ท.สมโชค ทิพยศ หัวหน้าตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด จึงสั่งการให้กำลังตำรวจเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนสามารถควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุได้โดยไม่มีการขัดขืน ทราบชื่อภายหลังคือนายวันชัย อายุ 39 ปี เป็นบุคคลไร้สัญชาติและถือบัตรสีชมพู จากการตรวจค้นกระเป๋าสะพาย พบมีดสั้นปลายแหลม 1 เล่ม และอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นปืนบีบีกัน
ปมค่าแรงนำไปสู่เหตุช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง
ระหว่างการสอบถาม นายวันชัยมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับนายฉัตรชัย พ่อชมพู อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นนายจ้าง โดยนายวันชัยกล่าวอ้างว่าเดินทางมาทำงานเป็นช่างทำสีเรือได้ประมาณ 3-4 วัน และตกลงกันว่าจะได้รับค่าจ้างวันละ 800 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงิน แม้จะพยายามขอเบิกหลายครั้ง จึงเกิดความเครียดและนำอาวุธออกมาข่มขู่ โดยอ้างว่านายจ้างบ่ายเบี่ยงเรื่องการจ่ายเงินหลายครั้ง
นายวันชัยให้ข้อมูลว่า เดินทางมาจากจังหวัดนครปฐมเพื่อรับงานที่จังหวัดตราด และคาดหวังว่าจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาขอรับเงินกลับยังไม่สามารถตกลงกันได้ จึงตัดสินใจก่อเหตุ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะเมื่อจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้โรงเรียนและชุมชน
ด้านนายฉัตรชัยชี้แจงว่า ยังไม่มีการตกลงค่าจ้างวันละ 800 บาทอย่างเป็นทางการ เนื่องจากนายวันชัยเพิ่งเข้ามาทำงานขัดเรือได้ประมาณ 3 วันเท่านั้น นายฉัตรชัยระบุว่าได้รับการแนะนำลูกจ้างรายนี้มาจากคนรู้จัก และด้วยความเห็นใจจึงช่วยออกค่าเดินทางจากจังหวัดนครปฐมประมาณ 1,000 บาท รวมถึงจัดหาที่พักให้ โดยมีค่าใช้จ่ายห้องพักพร้อมเครื่องปรับอากาศประมาณวันละ 350 บาท
นายจ้างยังกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้พยายามดูแลลูกจ้างอย่างเต็มที่ รวมทั้งยอมสละที่นอนให้ลูกจ้างพัก และตัวเองลงไปนอนด้านล่าง นอกจากนี้ยังเคยชวนไปซื้ออุปกรณ์ขัดเรือ แต่เมื่อร้านค้าไม่มีของจึงบอกให้ลูกจ้างไปรับประทานอาหาร พร้อมเสนอจะโอนเงินค่าอาหารให้ แต่ลูกจ้างปฏิเสธและบอกว่าจะเดินทางกลับบ้าน โดยขอให้รอเงินค่าจ้าง
นายฉัตรชัยอ้างว่า ขณะนั้นกำลังรอเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับเจ้าของเรือ และตั้งใจจะช่วยเหลือเงินสำหรับเดินทางกลับบ้านประมาณ 1,000 บาท แม้เมื่อนำค่าเดินทาง ค่าอาหาร เงินที่เบิกไป และค่าใช้จ่ายอื่นมาหักกับระยะเวลาทำงานแล้ว เงินอาจเหลือไม่มากก็ตาม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์กลับบานปลายเมื่อลูกจ้างมีพฤติกรรมรุนแรง
- มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุพยายามใช้คราดเหล็กทำร้ายนายจ้างในช่วงก่อนเที่ยง
- ต่อมาผู้ก่อเหตุเดินกลับไปหยิบอาวุธจากกระเป๋าในห้องพัก
- นายจ้างอ้างว่ามีการกระชากสไลด์และยิงใส่ จึงต้องวิ่งหนีไปยังจุดที่มีคนพลุกพล่าน
- เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวได้อย่างรวดเร็ว และตรวจพบว่าอาวุธปืนเป็นปืนบีบีกัน
หลังควบคุมตัว นายวันชัยถูกนำไปยัง สภ.เมืองตราด เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอาวุธ รวมถึงพิจารณาข้อกล่าวหาที่เหมาะสมจากพฤติการณ์ทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาค่าแรงและความเข้าใจไม่ตรงกันควรแก้ไขด้วยการพูดคุย ทำสัญญาจ้างให้ชัดเจน และใช้ช่องทางตามกฎหมาย ไม่ควรนำอาวุธหรือความรุนแรงมาใช้เด็ดขาด
กรณี ช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ควรระบุค่าจ้าง วันจ่ายเงิน ที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มงาน หากเกิดข้อพิพาทควรขอคำปรึกษาจากหน่วยงานแรงงานหรือตำรวจแทนการเผชิญหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเล็กกลายเป็นเหตุร้ายแรง และหากพบเหตุบุคคลมีอาวุธใกล้สถานศึกษา ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมหลีกเลี่ยงพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ติดตามข่าวอย่างมีสติ และหากพบข้อพิพาทด้านแรงงาน ควรเลือกใช้การเจรจาหรือกระบวนการทางกฎหมายเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
ที่มา – ระทึกใกล้โรงเรียน! ช่างสีเรือคลั่งควงปืนยิงนายจ้างทวงค่าแรง ตร.ตราด ชาร์จจับทันควัน


