ซูเปอร์โพลเผย 95% รับรู้ภัยมิจฉาชีพ-หนุนอายัดบัญชีม้า

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซูเปอร์โพล ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านความคิดเห็นสาธารณะชั้นนำ เผยผลสำรวจที่สะท้อนเสียงของเหยื่อมิจฉาชีพต่อมาตรการเข้มงวดในการ อายัดบัญชีม้า ซึ่งใช้ป้องกันการโจรกรรมทางไซเบอร์ โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,030 คน ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอาชีพ และฐานะทางสังคม

ประชาชนรับรู้ภัยมิจฉาชีพสูงถึง 95%

ผลสำรวจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ร้อยละ 95.2 ของประชาชนระบุว่ารับรู้ปัญหาภัยมิจฉาชีพโดยเฉพาะ คอลเซนเตอร์และแก๊งมิจฉาชีพ อย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้เข้าสู่จิตสำนึกของสังคมในระดับกว้าง ขณะที่เพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้นที่ยอมรับว่ารับรู้น้อยหรือไม่รู้เลย ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์เร่งด่วนที่ไม่ควรมองข้าม

จากการสำรวจเชิงลึก กลุ่มผู้เสียหายหลายรายเผยว่าประสบกับความสูญเสียทั้งทางการเงิน ครอบครัว และจิตใจ เศรษฐกิจหลายรายต้องล้มละลาย พันธมิตรทางธุรกิจตัดขาดความสัมพันธ์ และบุคคลในครอบครัวบางรายถึงขั้นแยกทางกันเพราะความเข้าใจผิดและภาระความรู้สึกผิด

มาตรการ อายัดบัญชีม้า ได้รับเสียงสนับสนุน

แม้มาตรการดังกล่าวจะสร้างผลกระทบบางประการต่อชีวิตประชาชน แต่จากร้อยละ 83.6 ยืนยันว่า อาศัย มาตรการอายัดบัญชีม้า สามารถลดระดับกิจกรรมของมิจฉาชีพ และคอลเซนเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนการดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 75.9 เห็นว่ารัฐควรพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบที่รวดเร็วและเที่ยงธรรมมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้มาตรการดังกล่าวไม่กระทบต่อผู้บริสุทธิ์ และร้อยละ 71.5 เชื่อว่าจำเป็นต้องมีการรักษากลไกป้องกันในระยะยาว พร้อมพัฒนาวิธีปฏิบัติให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ผู้เสียหายเรียกร้องรัฐบาลทำมากกว่าแค่ก้าวแรก

ผู้เคยตกเป็นเหยื่อนำเสนอข้อเรียกร้องอย่างชัดเจน ว่าต้องการ “การคืนสิทธิทางการเงิน” อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบตรวจสอบความบริสุทธิ์ที่จำกัดเพียง 24 ชั่วโมงหลังจากยื่นคำร้อง และต้องการให้รัฐจัดตั้งกองทุนสนับสนุนสุขภาวะและเยียวยาฉุกเฉินแก่เหยื่อที่ประสบกับการสูญเสียแบบครอบคลุม ทั้งเงิน ครอบครัว และสุขภาพจิต

นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการทบทวนมาตรการเพื่อป้องกันการถูกโกงในอนาคต โดยปรับระบบให้ทันสมัยเชื่อมโยงแบบเรียลไทม์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตำรวจ ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานตรวจสอบทางการเงิน

แนวทางนโยบายที่สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

  • ขยายกลไกป้องกันที่ผ่านพิสูจน์แล้ว เช่น การตัดสัญญาณโทรคมนาคมแก่กลุ่ม คอลเซนเตอร์ ให้ครอบคลุมทั้งออนไลน์และข้ามชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
  • พัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลกลางเพื่อตรวจจับ บัญชีม้า ก่อนที่ธุรกรรมจะเกิดขึ้น
  • ยกระดับกติกาการตรวจสอบให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และมีมาตรฐาน
  • จัดตั้งกองทุนเยียวยาเฉพาะกิจสำหรับเหยื่อเหตุร้ายทางไซเบอร์
  • ส่งเสริมการให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง และเข้าถึงได้จริงในทุกกลุ่มสังคม

จากการเก็บรวบรวมเสียงและข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซูเปอร์โพลได้ชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นจากประชาชนถือเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้รัฐบาลได้ดำเนินการภายใต้กรอบข้อเท็จจริงที่เข้มแข็ง ในทางเดียวกันหากยึดหลักความเป็นธรรมและความโปร่งใส รับประกันได้ว่าแนวทางที่แก้ปัญหา ภัยมิจฉาชีพ แบบรุกจะส่งผลยั่งยืนและได้ผลในระยะยาว

หากต้องการส่งต่อพลังเสียงจากสังคม รัฐบาลแต่ละฝ่ายควรใช้ช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญอุบัติเหตุไซเบอร์นี้เป็นสิ่งที่พาประเทศเดินหน้าสู่ระบบที่ปลอดภัยกว่า โปร่งกว่า และยุติธรรมกว่าเดิม

ที่มา – ซูเปอร์โพล ชี้ ประชาชน 95% รับรู้ภัยมิจฉาชีพ-หนุนอายัดบัญชีม้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *