ซูโม่กิ๊ก ออกมาแสดงความเห็น กรณีเขมรยิงโรงพยาบาลแล้วมาขอให้ไทยรักษา
ซูโม่กิ๊ก ไม่ทน! กรณีเขมรยิงโรงพยาบาล แล้วมาขอให้ไทยช่วยรักษา
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงตึงเครียดอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเมื่อไม่นานมานี้ กัมพูชาได้มีการยิงถล่มโรงพยาบาลและพื้นที่บ้านเรือนของชาวบ้านที่บริสุทธิ์จนทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
เหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนถึงกับงง!
สิ่งที่ทำให้ประชาชนในสังคมรู้สึกทั้งโกรธและประหลาดใจก็คือ หลังจากกระทำการโจมตีแล้ว กัมพูชายังกล้าที่จะมายื่นขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จากไทยอีก ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล
ซูโม่กิ๊ก แสดงความเห็นแรง! คิดด้วยส้นตีนข้างไหน?
หนึ่งในบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาคือ “ซูโม่กิ๊ก” หรือ “เกียรติ กิจเจริญ” ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเขียนข้อความแรงๆ ว่า:
“– ึงยิงโรงพยาบาล
-ู แล้วมาขอให้-ูรักษาพวก-ึง
-ูไม่ให้ -ึงบอกว่า-ูไม่มีน้ำใจ
-ึงคิดด้วยส้นตีนข้างไหนเนี่ย?? -ู…งง??”
- การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนจำนวนมากที่มองว่าการทำเช่นนี้เป็นการขัดกับหลักมนุษยธรรมอย่างรุนแรง และยังกล้าใช้หลักเดียวกันในการร้องขอความเมตตา
- ชาวเน็ตจึงต่างพากันแซวกันในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีการแสดงความเห็นต่างๆ ทั้งในแง่ของความเป็นมนุษย์ และจริยธรรมการณ์รักษา
ไทยยังคงยึดหลักมนุษยธรรมในการรักษา
แม้ว่าความโกรธ และความไม่พอใจของประชาชนจะแรงกล้า แต่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะสหภาพแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ยังยืนยันว่าจะช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยทุกสัญชาติ โดยยึดหลักมนุษยธรรม ความรับผชอบทางจริยธรรม และสิ่งที่เป็นพื้นฐานของวิชาชีพอยู่เสมอ
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองระหว่างประเทศและจริยธรรมทางสังคม ซูโม่กิ๊ก ไม่ได้พูดเพียงมุมมองของตัวเอง แต่ยังสะท้อนเสียงของคนส่วนใหญ่ที่รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีเหตุผล และส่อไปในทางที่ไม่เคารพชีวิตผู้อื่นโดยสิ้นเชิง
หากมองในมุมมองของการสื่อสารและจริยธรรม กรณีนี้อาจนำไปสู่การอภิปรายเรื่องการปฏิบัติตามหลักการระหว่างประเทศในขณะที่เกิดความขัดแย้ง การมีอยู่ของบุคคลที่ออกมาพูดกล่าวแบบไม่กั๊กแบบซูโม่กิ๊ก ทำให้เกิดการรับฟังและระดมความเห็นจากประชาชนวงกว้างได้อย่างดีทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การให้โอกาสช่วยเหลือผู้ป่วยจากอีกประเทศหนึ่งก็เป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ของสังคมไทย ที่แม้จะถูกโจมตี แต่ก็ยังเลือกที่จะให้อภัยและไม่ตัดสายสัมพันธ์ทิ้งไปเสียทีเดียว นั่นจึงเป็นบททดสอบของทุกภาคส่วนในประเทศไทยทั้งทางการเมือง สังคม ไปจนถึงระดับ masses ที่ต้องรับมือกับความรู้สึกตัวเองอย่างมีสติ