ณพลเดช ย้อนรำลึกอาจารย์จำนงค์ ปราชญ์พหูสูต

ณพลเดช ย้อนรำลึกอาจารย์จำนงค์ พร้อมถ่ายทอดความทรงจำที่มีต่อศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิตผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนา การศึกษา ภาษาไทย และวงวิชาการของไทย การจากไปของท่านสร้างความอาลัยให้แก่ผู้ที่เคยร่วมงานและผู้คนในแวดวงการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะท่านไม่ได้เป็นเพียงนักวิชาการผู้มีความรู้กว้างขวาง แต่ยังเป็นครูที่ใช้เหตุผล ความรอบคอบ และความเมตตาในการให้คำแนะนำแก่สังคม

นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่ม 16 ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา จังหวัดเชียงราย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เล่าถึงความประทับใจในช่วงที่เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นอนุกรรมาธิการด้านพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการเคยเข้าหารือกับอาจารย์จำนงค์ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา เพื่อขอข้อมูลทางวิชาการประกอบการพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติในคดีเงินทอนวัด ซึ่งเวลานั้นเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างกว้างขวาง

ณพลเดช ย้อนรำลึกอาจารย์จำนงค์ กับบทบาทนักปราชญ์ไทย

สิ่งที่ทำให้ณพลเดชประทับใจ คือความสามารถของอาจารย์จำนงค์ในการอธิบายประเด็นซับซ้อนให้เห็นภาพอย่างเป็นระบบ ท่านชี้ให้เห็นว่าการพิจารณาถ้อยคำทางพระพุทธศาสนาและกฎหมายจำเป็นต้องเข้าใจบริบทอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างคำที่เกี่ยวข้องกับการสละสมณเพศและการสึก ซึ่งมีนัยสำคัญทั้งในด้านภาษา หลักพระธรรมวินัย และข้อกฎหมาย การอธิบายของท่านช่วยให้คณะกรรมาธิการมองเห็นประเด็นที่ควรนำไปศึกษาเพิ่มเติม และสามารถบันทึกสาระสำคัญไว้ในการประชุมด้านศาสนาได้อย่างชัดเจน

อาจารย์จำนงค์ยังแนะนำให้ประสานข้อมูลผ่านคุณปัญญวัฒน์ ทองประเสริฐ บุตรชายของท่าน เพื่อให้การติดต่อเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ใจทั้งความถูกต้องของข้อมูลและกระบวนการทำงาน ท่านไม่ได้ตอบคำถามด้วยความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังพยายามชี้แนะแหล่งข้อมูลและแนวทางตรวจสอบ เพื่อให้ผู้ทำงานสามารถนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีความรับผิดชอบ

ณพลเดช ย้อนรำลึกอาจารย์จำนงค์ ในฐานะพหูสูตแห่งยุค

คำว่า พหูสูต หมายถึงผู้เรียนรู้มาก ผู้มีความรู้กว้างขวาง และสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาจารย์จำนงค์เป็นตัวอย่างของพหูสูตอย่างแท้จริง เพราะท่านมีความเข้าใจทั้งภาษาไทย ประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ปรัชญา และหลักวิชาการ ท่านสามารถเชื่อมโยงความรู้จากหลายสาขาเข้าด้วยกัน แล้วอธิบายด้วยถ้อยคำที่มีเหตุผลและเข้าใจได้ง่าย แม้เป็นประเด็นที่มีรายละเอียดทางกฎหมายหรือหลักพระธรรมวินัยจำนวนมาก

ก่อนเข้าสู่เส้นทางนักวิชาการ อาจารย์จำนงค์เคยดำรงสมณเพศเป็นพระมหาจำนงค์ ชุตินฺธโร เปรียญธรรม 9 ประโยค แห่งวัดสระเกศ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ในราชทินนามพระกวีวรญาณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2500 ขณะมีอายุเพียง 28 ปี ต่อมาเมื่อท่านลาสิกขา ท่านยังคงอุทิศตนให้กับงานศึกษา งานวิชาการ และพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง เส้นทางชีวิตดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนสถานะมิได้ทำให้ความมุ่งมั่นในการรับใช้ความรู้และสังคมลดลง

เรื่องราวของท่านมีความคล้ายคลึงกับศาสตราจารย์พิเศษ สุชีพ ปุญญานุภาพ ซึ่งเคยดำรงสมณเพศเป็นพระมหาบุญรอด สุชีโว เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระศรีวิสุทธิญาณเมื่ออายุ 28 ปีเช่นเดียวกัน บุคคลทั้งสองเป็นภาพสะท้อนของผู้ศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในวงการศึกษา ภาษา ปรัชญา และการพัฒนามหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยได้อย่างกว้างขวาง

บทเรียนจากอาจารย์จำนงค์ต่อคนรุ่นใหม่

การสูญเสียอาจารย์จำนงค์ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียนักวิชาการเพียงหนึ่งคนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตือนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้และความรับผิดชอบ ปัจจุบันสังคมเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก ความคิดเห็นที่เผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว และกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายช่องทาง ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้คนจึงจำเป็นต้องรู้จักตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกแยะข้อมูล และใช้เหตุผลก่อนตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

  • เรียนรู้ให้ลึก: ไม่ควรหยุดอยู่ที่ข้อมูลสั้น ๆ แต่ควรศึกษาที่มา บริบท และหลักฐานอย่างรอบด้าน
  • ใช้ภาษาอย่างระมัดระวัง: คำแต่ละคำอาจมีความหมายแตกต่างกัน การตีความจึงต้องพิจารณาทั้งบริบทและเจตนา
  • เคารพความเห็นต่าง: ประเด็นทางศาสนาและสังคมควรพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์หรือกระแสเป็นตัวตัดสิน
  • ส่งต่อความรู้: ผู้ที่มีความรู้ควรแบ่งปันให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้องค์ความรู้ยังคงมีชีวิตและเกิดประโยชน์ต่อสังคม

ณพลเดชกล่าวว่า ปราชญ์ที่แท้จริงไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในช่วงชีวิตของตนเอง แต่ยังคงอยู่ผ่านความคิด ความรู้ และคุณูปการที่ส่งต่อให้คนรุ่นหลัง แนวคิดนี้มีความหมายอย่างยิ่งในยุคที่สังคมต้องการผู้รู้ซึ่งไม่เพียงมีความเชี่ยวชาญ แต่ยังมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อาจารย์จำนงค์จึงเป็นแบบอย่างของผู้ที่นำการศึกษาไปเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง

ความทรงจำที่ณพลเดชถ่ายทอดช่วยให้เราเห็นคุณค่าของอาจารย์จำนงค์ในหลายมิติ ทั้งในฐานะราชบัณฑิต นักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา และผู้มีความเข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง เรื่องราวของท่านจึงไม่ควรจบลงพร้อมการจากไป แต่ควรถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่รักการเรียนรู้ กล้าคิดอย่างมีเหตุผล และใช้ความสามารถเพื่อประโยชน์ของสังคม หากเราช่วยกันสืบทอดแนวทางดังกล่าวได้ ความรู้และคุณงามความดีของพหูสูตแห่งยุคก็จะยังคงส่งต่อไปได้อีกยาวนาน

ที่มา – ‘ณพลเดช’ ย้อนรำลึกความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจารย์จำนงค์’ ยกให้เป็น ‘พหูสูต’ แห่งยุค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *