ณวัฒน์เคลียร์ดราม่าลั่นกฎใครจะประกวดต้องขายของ

ล่าสุด เรื่องดราม่าเกี่ยวกับการที่นางงามไทยต้องขายของระหว่างเข้าร่วมการประกวด Miss Universe Thailand 2025 ได้กลายเป็นประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะคลิปที่เผยให้เห็นน้ำตาของผู้เข้าประกวดหลายคน เช่น “แตงกวา อภิรตา” มิสยูนิเวิร์สสระแก้ว 2025 และ “นาฟ ฉัฐนันท์” มิสยูนิเวิร์สปัตตานี 2025 ที่หลั่งน้ำตาในระหว่างไลฟ์ขายของ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบการประกวดครั้งนี้มีการกดดันจนเกินไป

ณวัฒน์เคลียร์ดราม่าลั่นกฎใครจะประกวดต้องขายของ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้ออกมาชี้แจงในงานแถลงข่าว “Welcome Ceremony & Press Conference MISS UNIVERSE THAILAND 2025” โดยระบุอย่างชัดเจนว่า.Hidden

ประเด็นความกดดันแก่ผู้เข้าประกวดคืออะไร?

ณวัฒน์ เผยว่า ล่าสุดที่มีผู้เข้าร่วมประกวดบางรายต้องถอนตัว ไม่ได้เกิดจากการต้องขายของโดยตรง แต่เกิดจากการที่ผู้เข้าร่วมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับบรรยากาศการทำงานร่วมกัน และมีสมาธิกับขั้นตอนของเวทีประกวดได้ดี ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของทีมผู้จัดงานในการเปลี่ยนผู้แทนในพื้นที่ที่นั่งลง

แม้จะมีกระแสความเห็นที่ว่าเป็นการข่มขู่หรือกดดันเกินไป แต่ ณวัฒน์ เน้นย้ำว่า การตั้งเป้าหมายในด้านการขายของนั้นเป็นเพียงหนึ่งในงานที่ทีมงานใช้เพื่อ “พุช” ให้นางงามมีทักษะการสื่อสาร การทำงาน และการสร้างรายได้ให้กับพันธมิตรทางการตลาดโดยตรง เพราะจากงบประมาณสนับสนุนและการดำเนินงาน องค์กรฯ ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่างๆ มากมาย

ทำไมถึงต้องมีกิจกรรมขายของในประกวดนางงาม?

การประกอบกิจกรรมขายของระหว่างการประกวดนั้นไม่ใช่การสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นกลไกทางธุรกิจที่จำเป็นอย่างยิ่ง ณวัฒน์ เปิดเผยว่าองค์กรฯได้รับงบประมาณสนับสนุนใกล้เคียงสองร้อยล้านบาท และส่วนใหญ่ก็มาจากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ ดังนั้นการที่ตัวแทนของจังหวัดต่างๆ สามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทพันธมิตรที่มาร่วมเป็นสปอนเซอร์นั้น เป็นเพียงการคืนกำไรกับสิ่งที่ได้รับมาในรูปแบบของ Inventory หรือกิจกรรมอื่นๆ

  • การส่งเสริมคุณค่าทางการตลาดแก่นางงาม
  • การฝึกอบรมทักษะการขายและการสร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์และผู้สนับสนุน

องค์กรก็ต้องอยู่ในกฎตลาด

ณวัฒน์ ย้ำว่าองค์กรจะเลี่ยงไม่ได้จากการขายของ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้สปอนเซอร์ยังคงสนับสนุนต่อ และมั่นใจว่าเงินลงทุนจะได้รับผลตอบแทนกลับมา ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าผู้เข้าประกวดต้องขายของให้ได้โดยเด็ดขาด แต่สิ่งสำคัญคือทักษะในการทำงานและการสื่อสารของผู้เข้าประกวดจะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่สามารถสร้างยอดขายได้ดีจะได้รับรางวัลเพิ่มเติมจากทางคณะกรรมการอีกด้วย เช่น “Best Seller” โดยจะมีเงินรางวัล 100,000 บาท และมีโอกาสเข้าสู่รอบ 18 คนสุดท้ายเพื่อรอดไปสู่การคัดเลือกต่อจากกรรมการเป็นหลัก

ข้อความจาก ณวัฒน์ เน้นความจริงที่ว่า “ใครจะมาสมัครก็ต้องขายของ ถ้าไม่ขายของก็ไปธิดาเงาะลำไย” ซึ่งบ่งบอกถึงความจริงจังของกฎกติกาและวัฒนธรรมที่เน้นผลงานจริง ถ้าใครไม่พร้อมสู้ ก็คงไม่ใช่ที่สำหรับคุณ

สุดท้ายนี้ เรื่องราวดราม่าของนางงามขายของนี้ อาจดูหนักหน่วง แต่ก็สะท้อนความท้าทายในการคว้าตำแหน่งที่ดีที่สุด

ลองคิดดูสิว่า ความฝันของคุณ คุ้มค่าที่จะต้องเสียสละ หรือยัง?

ที่มา – ‘ณวัฒน์’ เคลียร์ดราม่ากดดันนางงามขายของ ลั่นมันคือกฎใครจะมาประกวดต้องทำ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *