ณัฐพงษ์ ซัด รัฐ จ่ายเยียวยาช่วย ปชช.ที่ประสบภัย เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช้า
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ณ ที่ประชุมมีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ในประเด็นเกี่ยวกับ การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและพบปัญหาขั้นตอนการทำงานหลายด้าน
ณัฐพงษ์ ซัด รัฐ จ่ายเยียวยาช่วย ปชช.ที่ประสบภัย เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช้า
การถามกระทู้ของนายณัฐพงษ์เป็นการสะท้อนปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะชาวบ้าน 4 จังหวัดเสี่ยงภัย ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนเสียหาย การอพยพ และความเดือดร้อนอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งจากการรั่วไหลของสถานการณ์ในพื้นที่ และจากกระบวนการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ช้าและไม่ทั่วถึง
รัฐบาลแจงความคืบหน้าด้านการเยียวยาและช่วยเหลือ
ในการชี้แจงครั้งนี้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้อธิบายถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือประชาชน โดยระบุว่า รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการเยียวยาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ผ่านการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ต่าง ๆ โดยสรุปมีดังนี้:
- จังหวัดสุรินทร์: บ้านเรือนเสียหาย 107 หลัง ซ่อมแล้ว 58 หลัง และอยู่ระหว่างซ่อม 49 หลัง
- จังหวัดอุบลราชธานี: เสียหาย 137 หลัง ซ่อมแล้ว 129 หลัง อยู่ระหว่างซ่อม 8 หลัง
- จังหวัดบุรีรัมย์: เสียหาย 16 หลัง ซ่อมแล้ว 14 หลัง อยู่ระหว่างซ่อม 2 หลัง
- จังหวัดศรีสะเกษ: เสียหายถึง 445 หลัง ซ่อมแล้ว 134 หลัง และอยู่ระหว่างซ่อม 311 หลัง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนบ้านมือถือแบบน็อคดาวน์ เพื่อช่วยเหลือการอยู่อาศัยของประชาชนระหว่างซ่อมแซม
การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพื้นฐานช่วงเกิดเหตุ
น.ส.ธีรรัตน์ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อเยียวยาค่าน้ำและค่าไฟสำหรับรอบเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม มีกรณีประชาชนได้รับบิลค่าไฟสำหรับเดือนมิถุนายน เนื่องจากการไฟฟ้าฯ แจ้งหนี้ย้อนหลัง ทั้งนี้ ทางการได้ชี้แจงปัญหานี้แล้ว และหากประชาชนจ่ายค่าไฟเดือนกรกฎาคมไปแล้ว สามารถนำส่วนที่เกินมาใช้หักลบกับเดือนถัดไปได้
พรรคฝ่ายค้านเสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อเร่งการเยียวยา
อย่างไรก็ตาม ทางนายณัฐพงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอแนะแนวทางเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม ทั้งในเรื่องของการตั้งศูนย์นวัตกรรมสต็อปเซอร์วิสแบบสัญจร รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวก และให้ช่องทางการแจ้งปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับกลุ่มประชาชนที่ตกค้าง ไม่มีเอกสารสิทธิหรือทะเบียนบ้าน เช่น กรณีผู้สูงอายุและเด็กที่ไม่มีหนังสือเดินทาง ซึ่งรัฐบาลอาจต้องยืดหลักเกณฑ์หรือสร้างมาตรการเฉพาะสำหรับกรณีเหล่านี้
จากการชี้แจงของรัฐบาล ได้กล่าวว่า การแก้ไขระเบียบที่เป็นข้อจำกัด เช่น จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถดำเนินการได้ตามความจำเป็น และขณะนี้มีการจัดวันสต็อปเซอร์วิสในพื้นที่เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์อย่างต่อเนื่อง ทว่าอาจมีความช้า อันเกิดจากขั้นตอนราชการแบบเดิม ๆ ซึ่งจะต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือตามความต้องการอย่างแท้จริง
ในมุมมองของผู้เขียน การที่ฝ่ายค้าน raise ประเด็นช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ณัฐพงษ์ ซัด รัฐ จ่ายเยียวยาช่วย ปชช.ที่ประสบภัย เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช้า นั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้รัฐบาลได้มีการทบทวนและพัฒนาระบบบริการและการเยียวยาให้ดีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤตในรูปแบบใหม่ที่อาจไม่อยู่ในกรอบมาตรฐานเดิม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาผลกระทบ
ที่มา – ‘ณัฐพงษ์’ ซัด ‘รัฐ’ จ่ายเยียวยาช่วย ปชช.ที่ประสบภัย เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช้า
