ดร.ตฤณห์ซัดแรง! วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง ชี้มิจฉาชีพแฝงตัวในคราบผู้วิเศษ

ดร.ตฤณห์ ซัดแรง ชี้วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง!

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรม และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ปรากฏตัวในรายการโหนกระแสเพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประเด็นการอ้างว่าตนมีวิชาในการสื่อวิญญาณ ซึ่งเขาได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง”

ทำไมดร.ตฤณห์ถึงออกมาพูดแรงเกี่ยวกับ “วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง”?

ดร.ตฤณห์ระบุว่า สังคมปัจจุบันมีการแพร่หลายของผู้ที่อ้างว่าสามารถสื่อสารกับวิญญาณ แต่เชื่อว่าพวกเขาบางส่วนไม่ได้มีวิชาแต่อย่างใด กลับเป็นพวกมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในคราบผู้วิเศษ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางวัตถุหรือผลประโยชน์อื่นๆ โดยเหตุผลหนึ่งที่เขาออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาและรัวๆ ในโลกออนไลน์นั้น ก็เพราะต้องการให้ประชาชนตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ และไม่เชื่อแบบปิดตาย 100%

“สิ่งที่ผมโพสต์อาจกระทบหลายคน ๆ บางคนอาจรู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่หวังเพื่อทำลายอาชีพของใคร หวังแค่ช่วยเตือนสติสังคม ว่าควรจะเริ่มต้นเดินมาพร้อมกัน รับฟัง แล้วตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนเชื่อ” เขากล่าว

วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง!

ดร.ตฤณห์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า วิชาในการสื่อติดต่อกับวิญญาณไม่มีตัวตนจริง พร้อมตั้งคำถามชี้คมว่า “ถ้ามันสื่อได้จริง ทำไมถึงไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอคดี? ถ้าพลังวิญญาณมีอยู่จริง ก็คงไม่มีใครตายใช่ไหมล่ะ?” ความคิดเห็นนี้สะท้อนถึงจุดยืนทางวิชาการ และความห่วงใยต่อความเชื่อที่กำลังผิดศูนย์

เขายังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่อ้างความสามารถเหนือธรรมชาติ النوعนี้ อาจเข้าข่ายป่วยทางจิต ไม่ว่าจะจากการพูดจาหลอกลวง หรือจินตนาการผิดเพี้ยนจนเห็นว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นเรื่องจริง ซึ่งหากไปพบจิตแพทย์ พวกเขาอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นกรณีเฉพาะ

ระวัง! ยุคปัจจุบันมิจฉาชีพใช้คำวิเศษสร้างความเชื่อมั่น

นอกจากนี้ ดร.ตฤณห์ยังกล่าวถึงกรณีของ “หมอปลาย” ที่เคยทำนายเรื่องเหตุการณ์ใหญ่ในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าการทำนายบางข้ออาจมีแรงจูงใจที่แฝงมา เช่น การได้รับความสนใจ หรือกระทั่งรายได้ เช่นเดียวกับคำถามกลับ: “อาชีพของเขาคืออะไรแน่?”

กลยุทธ์การสร้างความเชื่อถือของมิจฉาชีพในคราบนักวิเศษนี้ อาจใช้ความเชื่อทางจิตวิญญาณเป็นเครื่องมือหลัก เช่น การอ้างถึงชาติที่แล้ว หรือแม้แต่เรื่องโชคชะตา เพื่อสร้างความผูกพันที่ยากจะตรวจสอบได้ โดยโดดร.ตฤณห์เสนอให้สังคมแยกแยะระหว่าง “ศรัทธา” และ “ความเชื่อแบบไม่ใช้สติ” ซึ่งมักนำไปสู่ความงมงาย

มิจฉาชีพและผู้ป่วย: สองกลุ่มหลักในอาชีพที่อ้างวิชาการสื่อวิญญาณ

เขาแบ่งกลุ่มของคนที่เกี่ยวข้องกับใครก็ตามที่อ้างว่ามีวิชาในการสื่อวิญญาณออกเป็นสองประเภทหลัก คือ “มิจฉาชีพ”، ที่สร้างความเชื่อหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ในทางปฏิบัติ และ “ผู้ป่วย” ที่อาจมีความผิดปกติทางจิต จนขาดการเข้าใจความเป็นจริงอย่างถูกต้อง

  • มิจฉาชีพ ใช้โลกแห่งความเชื่อจิตวิญญาณเพื่อแสวงหาประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ความนิยม หรือ ฐานะ
  • กลุ่มจิตป่วย อาจออกมาแสดงพฤติกรรมเชิงหลอกลวงโดยไม่รู้ตัว เพราะผู้คนเหล่านี้มี “โลกทัศน์แคบ” รับแต่ข้อมูลบางส่วน แล้วไปตีความเองว่าถูกต้อง

ท้ายที่สุด เรายังหวังการตั้งคำถาม และใช้เหตุผล

ความมั่นคงของสังคมเกิดจากการใช้สติและเหตุผล มากกว่าจะเชื่อตามที่ถูกป้อนมา หากคุณได้ยินใครสักคนอ้างว่า “สื่อวิญญาณได้จริง” ดร.ตฤณห์ขอให้สังคม “ลุกขึ้นตั้งคำถาม” เสมอ อย่าปล่อยให้วิชาหลอกลวงมากินหัวใจของความเชื่อ

ที่มา – “ดร.ตฤณห์”ซัดแรง! “วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง” ชี้มิจฉาชีพแฝงตัวในคราบผู้วิเศษ

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *