ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า

บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นไปอย่างผันผวน โดยดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและแดนลบ แม้ช่วงต้นจะมีสัญญาณบวกจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แต่ในช่วงท้ายตลาดนักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นออกมา ทำให้ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดดัชนีให้อ่อนตัวลง

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดที่ระดับ 1,252.73 จุด ลดลง 1.67 จุด หรือคิดเป็น 0.13% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 41,791.28 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์มาสเตอร์ยังด์ (mai) ปิดที่ 214.43 จุด ลดลง 0.59 จุด หรือ 0.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 358.04 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า

สาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า มาจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (IPP) และบริษัทผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ต่าง ๆ ความไม่แน่นอนในนโยบายพลังงานและการกำหนดราคาขายไฟฟ้าในอนาคต ทำให้ผู้ลงทุนเลือกทยอยขายหุ้นออกมาก่อน เพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

ตามรายงานจากบล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่าดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้จะมีแนวรับสำคัญที่ 1,230 และ 1,215 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,265 และ 1,285 จุด นักลงทุนควรจับตาปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อทิศทางของตลาด ได้แก่

  • ตัวเลขการส่งออกของไทยประจำเดือนตุลาคม
  • ทิศทางการเคลื่อนย้ายของเงินทุนต่างชาติ
  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐประจำเดือนกันยายน
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในสหรัฐ
  • กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมของจีนประจำเดือนตุลาคม

ข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมหนัก

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

ในวันที่ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ปิดที่ 199.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
  • แอดวานซ์ อินโฟร์ (ADVANC) ปิดที่ 311.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
  • ปตท. จำกัด (PTT) ปิดที่ 30.25 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปิดที่ 188.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิดที่ 129.00 บาท ลดลง 1.50 บาท

แม้ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า แต่ตลาดยังมีสัญญาณบวกจากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจหนุนตลาดหุ้นในระยะกลางถึงยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นนโยบายพลังงานและค่าไฟฟ้าที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาด

สำหรับผู้ลงทุนระยะสั้น ควรติดตามการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มพลังงานอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาสะสมหุ้นพื้นฐานดีในช่วงที่ราคาปรับตัวลง แต่ต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มอุตสาหกรรมให้รอบด้าน

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดลบ 1.67 จุด จากแรงขายหุ้นโรงไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *