ดัชนีเชื่อมั่นบริโภค ต.ค. พุ่ง! คนละครึ่งพลัสหนุน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. 68 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 50.7 ในเดือนก.ย.68 เป็น 51.9 ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 9 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการ ทั้งโอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อมั่นว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในระยะสั้น แต่ยังกังวลสงครามการค้าสหรัฐฯ และความขัดแย้งไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ค่าครองชีพสูง จึงอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นในอนาคตลงได้

“ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้า และเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.68 ปรับตัวดีขึ้น ถือเป็นช่วงขาขึ้น เป็นผลมาจากมาตรการคนละครึ่งพลัส ซึ่งคลอบคลุมประชาชน 20 ล้านคน เข้ามาช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ลดรายจ่ายและกระจายรายได้สู่ร้านค้าท้องถิ่น ทำให้เศรษฐกิจเริ่มขยับดีขึ้น”

สำหรับคนละครึ่งพลัส ทำให้เงินสะพัดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจแล้ว 25,000 ล้านบาทแล้ว และเมื่อสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งพลัส เมื่อรวมกับการเติมเงินในบัตรคนจน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 100,000 ล้านบาท ส่วนมาตรการท่องเที่ยวเมืองรอง และลดหย่อนภาษีเงินได้ จะกระตุ้นเพิ่มเงินในระบบได้อีกราว 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 68 เติบโตได้เกิน 1% และอาจทำให้จีดีพีปีนี้ โตได้ถึง 2.4% ตามเป้ากระทรวงการคลัง ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ จะทำให้เกิดความเสียหายไม่เกิน 10,000 ล้าน หรือ ฉุดจีพีดีพีลดลงเพียง 0.07%

อย่างไรก็ตามเห็นว่า การต่อมาตรการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย เพราะจะมีเม็ดเงินเข้ามาช่วยประครองเศรษฐกิจในช่วงที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ซึ่งจะเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มใช้งบประมาณได้ อาจจะล่าช้าไปจนถึงเดือนธ.ค.69 และอาจทำให้จีดีพีปีหน้าเติบโตประมาณ 2% แต่ต้องจับตาการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารประเทศ จะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น คาดว่า จะมีเงินสะพัดช่วงเลือกตั้งสูงกว่าปีอื่นๆ หรืออยู่ที่ 40,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยค้ำยันเศรษฐกิจไตรมาส 1 ปีหน้าให้มีแรงขับเคลื่อนเติบโตต่อไปได้

ส่วนดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. 68 อยู่ที่ 51.9 เพิ่มขึ้นจาก 50.7 ในเดือนก.ย.68 ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน, ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน อยู่ที่ 35.3 เพิ่มจาก 34.4, ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 60.1 เพิ่มจาก 58.7 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 45.5 เพิ่มจาก 44.4, ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางาน อยู่ที่ 49.6 เพิ่มจาก 48.5 และดัชนีเกี่ยวกับรายได้อนาคต อยู่ที่ 60.6 เพิ่มจาก 59.3 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (ภาคธุรกิจ) เดือนต.ค.68 อยู่ที่ 44.1 เพิ่มจาก 44.0 ฟื้นตัวเป็นครั้งแรก แต่ค่าดัชนียังต่ำกว่า 50 ชี้ว่า ภาคเอกชนยังกังวลภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาน้ำท่วม และความขัดแย้งกับกัมพูชา

ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. ขยับขึ้นต่อเนื่อง

ทำไมดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. ถึงสำคัญ?

การที่ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม บ่งบอกว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตมากขึ้น กล้าที่จะจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น
  • สถานการณ์การจ้างงานและรายได้ในอนาคตเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น
  • ความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังคงมีผลกระทบ

ดังนั้น การรักษาและส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต.ค. ทะยานขึ้นเดือนที่ 2 ย้ำคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จำเป็นต้องมี เงินเลือกตั้งคาดสะพัด 5 หมื่นล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *