ดัชนีเช้านี้เปิดบวก 3.70 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ด้วยสัญญาณที่สดใส โดยดัชนีเช้านี้เปิดบวก 3.70 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ย ดัชนีเริ่มต้นที่ 1,317.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.70 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 1,996.36 ล้านบาท นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดการณ์ว่าตลาดอาจมีการแกว่งตัวและพักฐาน แต่ยังมีโอกาสที่จะดีดกลับในระยะสั้นที่แนวรับ
ดัชนีเช้านี้เปิดบวก 3.70 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ย
ถึงแม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกันในระดับพันล้านบาท แต่ภาพรวมของตลาดยังคงมีความน่าสนใจ ตลาดเริ่มมีการเทขายหลังจากที่บริษัทต่างๆ ทยอยประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ซึ่งนักลงทุนกำลังประเมินทิศทางและผลกระทบต่อราคาหุ้น
ปัจจัยภายนอกประเทศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดยังคงเป็นสองเรื่องหลัก ได้แก่ ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงถาม-ตอบเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การค้าโลก
แนวโน้มทางเทคนิคและกลยุทธ์การลงทุน
ในด้านเทคนิค ตลาดมีการพักตัวหลังจากที่หลุดแนว 1320 จุด แต่ยังมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1305-1300 จุด ซึ่งอาจเป็นจุดที่ช่วยชะลอการปรับตัวลงได้ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อคืนหรือทำการรีบาวด์ ควรพิจารณาจังหวะและแนวโน้มของตลาดอย่างระมัดระวัง
- จับตาผลการประชุมเฟด: การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย
- ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ: การเจรจาและการพบปะระหว่างผู้นำประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- พิจารณาผลประกอบการบริษัท: การวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะช่วยให้สามารถประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าดัชนีเช้านี้เปิดบวก 3.70 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ยังคงมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนอยู่ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคควบคู่กันไป เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี
สถานการณ์ในตลาดหุ้นยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจลงทุน