ดัน ‘หน่อไม้เป๊าะ’ แพร่ สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
ในยุคที่เกษตรกรรมไทยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มคุณค่าและรายได้ให้เกษตรกร “หน่อไม้เป๊าะ” จากจังหวัดแพร่ กลายเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ถูกดันให้กลายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมขับเคลื่อนภายใต้แนวทาง BCG Model อย่างมีประสิทธิภาพ
ดัน ‘หน่อไม้เป๊าะ’ แพร่ สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก เปิดเผยว่า จังหวัดแพร่มีความพร้อมในการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นเกษตรแปลงใหญ่ไผ่เป๊าะ โดยแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ คือ กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่เป๊าะตำบลป่าสัก อำเภอวังชิ้น ซึ่งเริ่มรวมกลุ่มตั้งแต่ปี 2562 และเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ในปี 2564
ปัจจุบันกลุ่มมีพื้นที่ปลูก 150 ไร่ มีสมาชิก 116 ราย โดยมีนายสมพงษ์ ปวนหนิ้ว เป็นประธานกลุ่ม ที่มีรูปแบบการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ที่ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพ และสามารถจำหน่ายได้ราคาสูง
สามารถปลูกได้ทั้งปี ขายราคาสูงในช่วงต้นฤดู
หนึ่งในข้อดีของ ‘หน่อไม้เป๊าะ’ แพร่ คือสามารถผลิตได้ทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ที่เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูง เพราะสามารถแข่งขันกับแหล่งอื่นได้ดี ด้วยคุณภาพและระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่ยาวนานถึง 7 เดือน
จากการผลิต 8,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี ทำให้เกษตรกรสามารถมีรายได้เฉลี่ย 80,000 – 104,000 บาท/ไร่/ปี และกำไรสุทธิอยู่ที่ 40,000 – 64,000 บาท/ไร่/ปี ส่งผลให้ทั้งกลุ่มมีรายได้สูงถึง 12-15 ล้านบาทต่อปี
- ราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 10-13 บาท/กิโลกรัม
- ช่วงต้นฤดู เกรด A ราคา 35-40 บาท/กิโลกรัม
- ช่วงปลายฤดู ราคา 5 บาท/กิโลกรัม (เหมาคละเกรด)
เติบโตขึ้นด้วยแนวทาง BCG Model
โดยใช้แนวทาง BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) กลุ่มได้พัฒนาต่อยอดจากการนำหน่อไม้ตกเกรดมาแปรรูปเป็นผักดอง และกำลังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น หน่อไม้อบแห้ง และขนมอบกรอบ พร้อมศึกษาสารสกัดเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ ยา และเวชสำอาง
ในด้าน C Economy (Circular) เกษตรกรยังทดลองใช้เปลือกหน่อไม้เลี้ยงโคเนื้อ และศึกษาพัฒนาเป็นอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังใช้เศษวัสดุผลิตเป็น “ถ่านไบโอชาร์” เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน หรือแม้แต่นำใบไผ่มาศึกษาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน
และในด้าน G Economy (Green) เกษตรกรได้ลดการเผาเศษวัสดุ โดยหันมาใช้ประโยชน์ให้เกิดมากที่สุด
หน่อไม้เป๊าะ เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่แค่พืชชนิดหนึ่งที่ปลูกกินเอง แต่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ต่อยอดสู่ “สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริง
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจเกษตรที่มีศักยภาพ ลองเริ่มจาก “หน่อไม้เป๊าะ” แพร่ ดูสิ คุณอาจพบทางใหม่ที่ยั่งยืน!
ที่มา – ดัน ‘หน่อไม้เป๊าะ’ แพร่ สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ยกระดับรายได้เกษตรกร