ดีอีจับมือกูเกิลยกระดับ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0

วงการดิจิทัลไทยกำลังเดินหน้าไปอีกขั้น เมื่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ผนึกกำลังกับ Google เพื่อยกระดับโครงการ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0 ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งช่วยให้คนไทยเรียนรู้ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ และสามารถนำ AI ไปใช้ทำงานจริงได้ง่ายขึ้น โดยมีการเพิ่มสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise สำหรับผู้เรียนที่ทำคะแนนตามเงื่อนไขของโครงการ

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้คือ ดีอีจับมือกูเกิลยกระดับ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0 ไม่ได้เน้นเพียงการเรียนรู้ทฤษฎี แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทดลองใช้เครื่องมือ AI ที่สามารถช่วยทำงานหลายขั้นตอนได้จริง ตั้งแต่การสรุปเอกสาร จัดการอีเมล วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับปฏิทินและไฟล์งานที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีอีจับมือกูเกิลยกระดับ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0

โครงการระยะที่สองเปิดให้ผู้เรียนบนแพลตฟอร์ม AiPASS ที่สะสมคะแนนการเรียนครบ 1,000 คะแนน รับสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise จำนวน 500,000 สิทธิ์ โดยเปิดให้รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2569 และเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 เป็นระยะเวลาสูงสุด 10 เดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เงื่อนไขดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้บริการ และทำให้ผู้เรียนมีโอกาสทดลองใช้ AI ระดับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสใหม่จากดีอีจับมือกูเกิลยกระดับ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ Google เกิดขึ้นจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานที่ต้องการให้ AI ช่วยทำงานต่อเนื่องจนเสร็จ ไม่ใช่เพียงตอบคำถามแบบครั้งต่อครั้ง เทคโนโลยี AI Agent จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะสามารถทำงานหลายขั้นตอนได้โดยอัตโนมัติ เช่น อ่านและสรุปข้อมูลจากเอกสาร จัดลำดับงาน ติดตามอีเมล รวมถึงช่วยประมวลผลข้อมูลปริมาณมาก

สำหรับคนทำงานทั่วไป เครื่องมือเหล่านี้อาจช่วยประหยัดเวลาในการจัดทำรายงาน เตรียมประชุม หรือค้นคว้าข้อมูล ส่วนเจ้าของกิจการและฟรีแลนซ์สามารถนำ AI ไปช่วยวางแผนการตลาด ร่างข้อเสนอ ทำบัญชีเบื้องต้น และสร้างเนื้อหาสำหรับสื่อออนไลน์ได้ เมื่อเรียนรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง AI จะกลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ มากกว่าจะเป็นเพียงเทคโนโลยีที่ใช้ทดลองเล่น

ยอดผู้สมัครสะท้อนความสนใจทักษะ AI ของคนไทย

ตั้งแต่เปิดตัวโครงการจนถึงวันที่ 8 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.57 ล้านคน โดยผู้สมัคร 1 ล้านคนแรกเข้าร่วมภายในเวลาเพียง 2 วัน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากสนใจพัฒนาทักษะดิจิทัลและต้องการเรียนรู้การใช้ AI เพื่อเพิ่มโอกาสทางอาชีพ นอกจากนี้ ผู้ลงทะเบียนประมาณ 1 ใน 7 ยังเป็นกลุ่มฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดกับงานและธุรกิจได้โดยตรง

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานจริงประมาณ 745,000 คน และมีการส่งคำสั่งให้ AI ช่วยทำงานหรือเรียนรู้รวมกว่า 17.3 ล้านคำสั่ง ครอบคลุมการแชท การเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างภาพ การสร้างวิดีโอ และการค้นคว้าเชิงลึก ผ่านโมเดล AI ชั้นนำ 14 ค่าย รวมมากกว่า 30 โมเดล ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่ที่การสมัคร แต่เริ่มนำ AI ไปใช้งานในหลายรูปแบบแล้ว

ระบบค้นหาใหม่ช่วยให้เรียนได้ตรงความต้องการ

ใน AiPASS 2.0 ยังมีการเตรียมปรับปรุงระบบค้นหา เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาหลักสูตรที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้น การใช้ AI ในสำนักงาน การเขียนโปรแกรม การทำธุรกิจ หรือการสร้างสื่อดิจิทัล ฟังก์ชันค้นหาแบบง่ายจะช่วยลดเวลาในการเลือกบทเรียน และทำให้ผู้เรียนวางแผนพัฒนาทักษะได้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองมากขึ้น

ทีมบริหารตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานให้ได้ประมาณ 3 ล้านคนในระยะถัดไป และมีเป้าหมายสูงสุดที่ 5 ล้านคน การเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ สภาวิชาชีพ และองค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม จะช่วยให้โครงการเข้าถึงประชาชนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น เช่น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และผู้ที่กำลังมองหาอาชีพใหม่

สิ่งที่ผู้เรียนควรเตรียมตัว

  • เริ่มจากเรียนรู้พื้นฐาน AI และทำความเข้าใจข้อจำกัดของเครื่องมือแต่ละประเภท
  • ฝึกเขียนคำสั่งหรือพรอมต์ให้ชัดเจน พร้อมระบุเป้าหมายและรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • นำ AI ไปทดลองใช้กับงานจริง เช่น สรุปข้อมูล ร่างเอกสาร หรือวิเคราะห์แนวคิดทางธุรกิจ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำผลลัพธ์ไปใช้งานทุกครั้ง
  • รักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยไม่ส่งข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญขององค์กรเข้าสู่ระบบโดยไม่จำเป็น

แม้การประเมินผลโครงการอย่างเป็นทางการอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ไตรมาส แต่ทิศทางของโครงการถือว่าน่าสนใจ เพราะช่วยเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับการใช้งานจริง สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะเพื่อรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่ นี่เป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มต้นเรียนรู้และฝึกใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ หากมีโอกาส ควรเข้าร่วมกิจกรรมและสะสมคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นผลงานที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน

ที่มา – “ดีอี” ผนึก “Google” ยกระดับ “TH-AI Passport” สู่ AiPASS 2.0

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *