ดีอี-สคส. แจงกรณีแม่ รมว.ดีอี พร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริง

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ ล่าสุดกับกรณีดราม่าใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ ดีอี-สคส. ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ หลายคนคงได้ยินข่าวการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ รมว.ดีอี ซึ่งเรื่องนี้ถูกจับตามองเป็นอย่างมากว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร

ดีอี-สคส. แจงกรณีแม่ รมว.ดีอี พร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริง

น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีสื่อโซเชียลมีเดียบางสำนักให้ข้อมูลข่าวการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่น โดยอ้างว่าไม่ผิดกฎหมาย PDPA ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มีความกังวลต่อประเด็นนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการให้การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการอย่างถูกต้องที่สุด ไม่ว่าบุคคลที่กระทำความผิดจะเป็นบุคคลใดก็ตาม โดยสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

ความคิดเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี

นางสาวสุชาดา กล่าวว่า “นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยสั่งการให้ สคส.เร่งรัดตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น”

ข้อเท็จจริงจาก สคส. เกี่ยวกับการละเมิด PDPA

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้อธิบายชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นไว้ดังนี้

1. กรณีการกระทำของผู้โพสต์

เนื่องจากผู้โพสต์ได้โพสต์ข้อมูลส่วนตัวของคู่กรณีในเชิงประชดประชัน โดยไม่ได้เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเพื่อกิจการใดกิจการหนึ่ง จึงเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้กฎหมายบังคับ PDPA ตามมาตรา 4(1) แต่อย่างไรก็ตาม หากการโพสต์ดังกล่าวทำให้ผู้อื่นเสียหาย อาจเข้าข่ายการหมิ่นประมาท หรือมีความผิดตามกฎหมายอื่นได้

2. กรณีข้อมูลที่ถูกนำมาโพสต์เป็นข้อมูลที่รั่วไหลจากการควบคุมดูแลของ ตร.

ในส่วนนี้ต้องบังคับตามกฎหมาย PDPA โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตรวจสอบและต้องแจ้งเหตุการละเมิดมายัง สคส. ภายใน 72 ชม. ซึ่งขณะนี้ ตร. ได้ตรวจสอบและแจ้งเหตุการละเมิดมายัง สคส. แล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงโดย สคส. ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพียงพอ ก็จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาทางปกครองต่อไป

ขณะเดียวกัน ในระหว่างนี้หากคู่กรณีเห็นว่าตนได้รับเสียหายเพราะการกระทำดังกล่าวสามารถใช้สิทธิ์ร้องเรียนมายัง สคส.เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาทางปกครองได้ โดย สคส. พร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างแน่นอน

การออกมาชี้แจงของ ดีอี-สคส. ในครั้งนี้ ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมาย PDPA และการไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม ซึ่งในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีค่ามหาศาล การใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ที่ร้ายแรง และควรได้รับการลงโทษตามกฎหมาย

สุดท้ายนี้ ทุกคนควรตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบุคคลมีชื่อเสียง เพราะกฎหมาย PDPA มีไว้เพื่อคุ้มครองทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – ‘ดีอี-สคส.’ แจงกรณีแม่ ‘รมว.ดีอี’ พร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *