ดีเอสไอเรียก 10 พยานคดีนอมินีไทย

ดีเอสไอเรียก 10 พยานคดีนอมินีไทย เป็นความคืบหน้าสำคัญของการตรวจสอบธุรกิจและทรัพย์สินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะเขตบางละมุงและพัทยา หลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด และพบข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวอิสราเอลซึ่งมีการถือครองอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินจำนวนมากในภาคตะวันออก

คดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องการใช้บุคคลสัญชาติไทยเข้ามาเป็นกรรมการหรือผู้แทนในการดำเนินธุรกิจแทนชาวต่างชาติ หรือที่มักเรียกกันว่า “นอมินี” อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ระบุว่าบุคคลใดมีความผิด และผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิชี้แจงตามกระบวนการกฎหมาย

ดีเอสไอเรียก 10 พยานคดีนอมินีไทย

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาออกหมายเรียกพยานบุคคลจำนวน 10 ราย เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งและการดำเนินงานของธุรกิจหลายแห่งในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สำนักงานกฎหมายสากลเคทีอินเตอร์เนชั่นแนล ลอร์แอนด์บิสซิเนส บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

พยานทั้ง 10 รายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่นิติบุคคล โดยคาดว่าจะให้ข้อมูลตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจัดตั้งบริษัท วิธีการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหาร รวมถึงบทบาทของผู้ถือหุ้นและกรรมการ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานสอบสวนเห็นภาพว่าบริษัทมีการประกอบธุรกิจจริงอย่างไร และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการบริหารหรือการตัดสินใจในแต่ละช่วงเวลา

ประเด็นที่ดีเอสไอต้องตรวจสอบจากพยาน

  • ขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • ลักษณะธุรกิจ รายได้ ทรัพย์สิน และการดำเนินงานย้อนหลัง
  • บทบาทของกรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้ดูแลด้านการเงินบัญชี
  • เอกสารสัญญา รายการเงิน และหลักฐานการประกอบกิจการจริง
  • ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นในเครือข่าย

ดีเอสไอระบุว่า การออกหมายเรียกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสอบถามข้อมูลและรวบรวมเอกสาร ไม่ใช่การออกหมายเรียกเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้นจึงยังไม่มีการดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทหรือบุคคลใดในขั้นตอนนี้ การสอบสวนจะพิจารณาจากพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน และหากพบประเด็นใหม่ก็อาจเรียกพยานรายอื่นมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามลำดับ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าคดีนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ เนื่องจากบางบริษัทดำเนินธุรกิจมานานหลายปี การตรวจสอบจึงต้องย้อนดูเอกสารและกิจกรรมทางธุรกิจในหลายช่วงเวลา เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องแยกแยะระหว่างการประกอบธุรกิจโดยสุจริตกับพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ตรวจสอบประเด็นชาบัด เฮ้าส์เพิ่มเติม

นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่แล้ว พนักงานสอบสวนยังตรวจสอบความเชื่อมโยงของแรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ กับการก่อสร้าง “ชาบัด เฮ้าส์” ในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นว่าอาจมีเครือข่ายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการในจังหวัดภูเก็ตหรือไม่

ประเด็นนี้จะพิจารณาว่าการก่อสร้างหรือการใช้อาคารมีองค์ประกอบที่อาจเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือไม่ หากพบหลักฐานเพียงพอและเข้าหลักเกณฑ์ตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายดีเอสไอ ก็อาจมีการเสนอให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป

ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งระบุว่า กลุ่มชาวอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด รวมถึงบริษัท ซิลาด โฮลดิ้ง จำกัด อาจมีเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดชลบุรีไม่น้อยกว่า 14 บริษัท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและความเชื่อมโยงดังกล่าวยังต้องผ่านการตรวจสอบเอกสาร การสอบปากคำ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด

สำหรับประชาชน ประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนบริษัทหรือมูลค่าทรัพย์สิน แต่คือการตรวจสอบว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และมีการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดสำหรับคนต่างด้าวหรือเปล่า การทำความเข้าใจกระบวนการสอบสวนจะช่วยลดการสรุปความผิดก่อนที่คดีจะได้ข้อยุติ

ดีเอสไอเรียก 10 พยานคดีนอมินีไทย จึงเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการค้นหาข้อเท็จจริง ยังไม่ใช่บทสรุปว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดกระทำผิด การติดตามข่าวควรพิจารณาจากข้อมูลที่ยืนยันได้และรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หากมีหลักฐานเพิ่มเติม หน่วยงานจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

มุมมองที่น่าติดตามคือ การสอบพยานครั้งนี้อาจช่วยให้เห็นโครงสร้างธุรกิจและเส้นทางการถือครองทรัพย์สินชัดเจนขึ้น ผู้ประกอบการทุกฝ่ายจึงควรจัดทำเอกสารทางธุรกิจให้ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย

ที่มา – DSI ออกหมายเรียก 10 พยาน สางปมนักธุรกิจชาวยิว ปมใช้นอมินีไทยซุกทรัพย์พันล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *