ดุสิตธานี-มาดามแป้งลาออก ไม่กระทบราคาหุ้น
สถานการณ์ของ“ดุสิตธานี” โรงแรมระดับตำนานของไทยที่ยังคงมีกระแสข่าวและปัญหาภายในอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รับแจ้งจาก บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ว่านางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “มาดามแป้ง” ได้ยื่นใบลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
สาเหตุของการลาออกครั้งนี้ เกิดจากความจำเป็นในการแบ่งเวลาให้กับหน้าที่หลายด้านของนางนวลพรรณ ไม่ว่าจะเป็นงานธุรกิจ งานสังคมสงเคราะห์ และโดยเฉพาะงานด้านกีฬา ซึ่งต้องการการบริหารจัดการอย่างเต็มเวลา จึงทำให้ท่านตัดสินใจขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้สามารถโฟกัสกับหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดุสิตธานี-มาดามแป้งลาออก ไม่กระทบราคาหุ้น
แม้ว่ากรณีของ ดุสิตธานี-มาดามแป้งลาออก จะก่อให้เกิดกระแสสังคมและความกังวลในแวดวงนักลงทุน แต่เมื่อพิจารณาจากมุมมองของตลาดหุ้นแล้ว ปรากฏว่ามูลค่าหุ้นของดุสิตธานี ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่เกิดข่าว ยังคงปรับตัวขึ้นถึง 2 บาท หรือ 21.05% เหลือที่ 11.50 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับราคาของวันก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อราคาหุ้นของบริษัท
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของดุสิตธานี
ในปัจจุบัน โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย:
- นายชนินทธ์ โทณวณิก ถือหุ้น 25.40%
- นางสีณี เธียรประสิทธิ์ ถือหุ้น 26.57%
- นายสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ถือหุ้น 21.62%
- ท่านผู้หญิงชนัตถื ปิยะอุย ถือหุ้น 24.99%
ซึ่งความเคลื่อนไหวของ ดุสิตธานี-มาดามแป้งลาออก ส่งผลต่อฝ่ายบริหารเพียงรายบุคคล ไม่ได้กระทบโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยรวม และไม่ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะสั้น
ทั้งนี้ ดุสิตธานีกำลังเตรียมเปิดตัวโครงการสำคัญอย่าง “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มิกซ์ยูสระดับโลก” ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นโครงการมูลค่ารวม 46,000 ล้านบาท และดำเนินการร่วมกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับการติดตามว่า สถานการณ์ในครั้งนี้จะกระทบการดำเนินงานโครงการครั้งสำคัญนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญหลายราย มองว่า ความเสถียรในด้านการบริหารและโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท ยังคงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความมั่นใจของนักลงทุนในระยะยาว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในระดับผู้บริหารบางส่วน
ในภาพรวม การลาออกของมาดามแป้งอาจสะท้อนให้เห็นถึงภาวะความตึงเครียดภายในองค์กร แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวชี้วัดสถานะทางธุรกิจโดยรวมของบริษัท “ดุสิตธานี” อย่างไรก็ตาม การติดตามภาพรวมของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการบริหารจัดการภายในยังคงสำคัญต่อนักลงทุนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ผู้อ่านควรติดตามข่าวเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนในทุกกรณี