ด่วน! ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ รีดเงิน
ข่าวด่วนในวงการตำรวจที่กำลังเป็นกระแสในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อมีคำสั่ง ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ หลังจากถูกผู้เสียหายร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมรีดไถเงินค่าน้ำมันและค่าดำเนินการคดี เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่รัฐที่เราทุกคนให้ความสำคัญ
ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ
กรณีนี้เกิดขึ้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี โดย พ.ต.ท.คนดังกล่าวซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ถูกผู้เสียหายกว่า 4 รายเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำมันในการติดตามคดีให้ผู้เสียหายเหล่านั้น ผู้เสียหายหลายรายที่กำลังเดือดร้อนกับคดีที่ตัวเองมีอยู่ กลับต้องจ่ายเงินเพิ่มให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้คดีเดินหน้า นี่คือพฤติกรรมที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในองค์กรตำรวจที่เราคาดหวังความโปร่งใส
หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี หรือ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี คือ พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ได้สั่งการทันที โดยย้ายพนักงานสอบสวนคนนี้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีมูลความผิดจริง
ด่วน! ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ หลังพบมูลผิดชัด
วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา มีคำสั่งลงนามให้สอบวินัยร้ายแรงและ ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ ไว้ก่อน เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายและรักษาภาพลักษณ์ของตำรวจ นอกจากนี้ คดีอาญาที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด
- ผู้เสียหาย 4 รายแจ้งความข้อหาเรียกรับผลประโยชน์
- อ้างเงินค่าน้ำมันและค่าดำเนินการติดตามคดี
- ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทันที
- ย้ายไปศปก.ภ.จว. และให้ออกจากราชการไว้ก่อน
- ยืนยันดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด
เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เพราะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังเดือดร้อนอยู่แล้ว การที่ต้นสังกัดตอบสนองรวดเร็วแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นว่าตำรวจไทยยังมีผู้นำที่กล้าเอาจริงเอาจังกับปัญหาภายใน
ผลกระทบและบทเรียนจากกรณีให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ
กรณีนี้ไม่เพียงทำให้ พ.ต.ท.คนนี้ต้องออกจากราชการชั่วคราว แต่ยังกระทบภาพลักษณ์ของ สภ.ม่วงสามสิบ และตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีโดยรวม ประชาชนหลายคนที่ติดตามข่าว คอมเมนต์กันเยอะว่าควรมีบทลงโทษหนักกว่านี้ และเร่งให้คืนเงินผู้เสียหายด้วย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปัญหาการรีดไถจากเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในคดีที่ผู้เสียหายอยากให้คดีจบเร็ว บางครั้งเรียก ‘ค่าตอบแทน’ หรือ ‘ค่าน้ำมัน’ เพื่อให้ดูไม่น่าสงสัย แต่สุดท้ายก็กลายเป็นการทุจริตที่ชัดเจน หากเจ้าหน้าที่ทุกคนยึดหลักจริยธรรม คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำสำหรับประชาชน หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยจากตำรวจ ควรเก็บหลักฐาน เช่น บันทึกการสนทนา เสียง หรือพยาน แล้วแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงทันที หรือใช้ช่องทาง ป.ป.ช. และ สตช. ที่มีระบบร้องเรียนออนไลน์
ในมุมมองของผม กรณี ให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการปัญหาภายในอย่างรวดเร็ว มันช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้บ้าง แต่ตำรวจทั้งระบบต้องปรับปรุงการฝึกอบรมจริยธรรมให้เข้มข้นกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ถ้าพบเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ คุณจะทำอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้จากเรา เพื่อให้เรารู้ว่าผลสอบสวนออกมาเป็นอย่างไร สนับสนุนการต่อต้านทุจริตด้วยการแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ทราบนะครับ
ที่มา – ด่วน! ให้ออกจากราชการ “พ.ต.ท.ม่วงสามสิบ” เซ่นปมรีดเงินค่าน้ำมันผู้เสียหาย