ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’
ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดที่กำลังเป็นที่กังวลทั่วโลก ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’ กลายเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยปกป้องคนไทยจากภัยคุกคามใหม่ โดยเฉพาะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นจุดชายแดนสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ผนึกกำลังกันอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อไวรัสนิปาห์ลุกลามเข้าประเทศไทย
ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ร่วมกับ น.ส.ธัญณภัส ชาระ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองผู้เดินทางขาเข้าอย่างละเอียด โดยเน้นไปที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียหรือผู้ที่มีประวัติเดินทางไปยังอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดหลักของไวรัสนิปาห์ในขณะนี้ นอกจากการตรวจวัดไข้และสอบถามประวัติแล้ว ยังมีการแจกจ่ายบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) และติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เดินทางทุกคน
ไวรัสนิปาห์หรือ Nipah virus เป็นเชื้อไวรัสที่จัดเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% สาเหตุหลักมาจากการสัมผัสค้างคาวผลไม้ที่เป็นแหล่งพาหะหลัก หรือการกินอาหารปนเปื้อนเชื้อ เช่น น้ำมะพร้าวสดที่ปนมูลค้างคาว ปัจจุบันมีการระบาดในบางพื้นที่ของอินเดีย ทำให้ทางการไทยต้องเร่งมาตรการป้องกันทันที กรมควบคุมโรคยืนยันว่าไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่การ ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกณฑ์คัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’
หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อเบตง ระบุว่า ผู้เดินทางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือผู้ที่มาจากอินเดียภายใน 21 วัน โดยมีอาการไข้ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ หากมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น
- สัมผัสค้างคาวผลไม้หรือมูลค้างคาว
- บริโภคอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสนิปาห์
- สัมผัสสัตว์ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อ
- สัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยโดยตรง
หากพบผู้เข้าข่าย จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายทันที เพื่อตรวจสอบและรักษาอย่างเร่งด่วน มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยควบคุมการแพร่กระจาย แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่าน
ไวรัสนิปาห์คืออะไร และวิธีป้องกันอย่างไร
เชื้อไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2541 ที่มาเลเซียและสิงคโปร์ สามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนและคนสู่คนได้ผ่านทางของเหลวในร่างกาย อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดหัว คออักเสบ ไอ จากนั้นอาจพัฒนาเป็นสมองอักเสบรุนแรง ปอดบวมน้ำ และเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะเจาะจง การป้องกันจึงสำคัญที่สุด
สำหรับประชาชนทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตวลป่า โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร ปรุงอาหารให้สุก และหากเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ควรสวมหน้ากากอนามัยและแจ้งประวัติการเดินทางทันทีเมื่อมีอาการ
นอกจากด่านเบตงแล้ว ด่านอื่นๆ ทั่วประเทศก็กำลังบูรณาการมาตรการเฝ้าระวังสัตว์ด้วย เพื่อป้องกันการแพร่จากสัตว์สู่คน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบสาธารณสุขไทยในการรับมือโรคใหม่ๆ
ในมุมมองของผู้เขียน การ ด่านควบคุมโรคติดต่อ เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’ แบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก หากทุกคนร่วมมือกันโดยปฏิบัติตามคำแนะนำ เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปอินเดียหรือพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ติดตามข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1323
ที่มา – ด่านควบคุมโรคติดต่อผนึกกำลังสกัดเข้ม เฝ้าระวัง ‘เชื้อไวรัสนิปาห์’ หวั่นเข้าไทย