ตร.คอมมานโดร้องสื่อถูกด.ต.ปากเกร็ดรุมทำร้าย
ตร.คอมมานโดร้องสื่อถูกด.ต.ปากเกร็ดรุมทำร้าย กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังตำรวจยศสิบตำรวจเอกสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีอ้างว่าถูกตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวก รุมทำร้ายภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยผู้เสียหายระบุว่า ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารและดื่มอยู่กับแฟนสาวภายในร้าน ได้มีดาบตำรวจรายหนึ่งเดินเข้ามาสอบถามว่าเป็นตำรวจจากหน่วยงานใด เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นตำรวจคอมมานโด คู่กรณีกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ ก่อนมีการพูดอ้างตัวว่าเป็นตำรวจปากเกร็ด และเข้ามากระชากคอเสื้อพร้อมทำร้ายร่างกาย
ตร.คอมมานโดร้องสื่อถูกด.ต.ปากเกร็ดรุมทำร้าย
จากภาพกล้องวงจรปิดที่ผู้เสียหายนำมาใช้เป็นหลักฐาน เหตุการณ์เริ่มต้นจากการเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจทั้งสองฝ่าย โดยมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นภายในร้าน หลังถูกตบหน้า ผู้เสียหายอ้างว่าได้ชกสวนกลับไปหนึ่งครั้ง จากนั้นกลุ่มบุคคลที่อยู่กับดาบตำรวจคู่กรณีได้เข้ามารุมทำร้าย โดยเน้นชกบริเวณใบหน้าหลายครั้ง
แฟนสาวของผู้เสียหายพยายามเข้าห้ามเหตุการณ์ด้วยการนำตัวเข้าไปบัง พร้อมยกมือไหว้ขอให้ทุกคนหยุด แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงทำร้ายต่อเนื่อง จนผู้เสียหายหมดสติและนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ก่อนที่กลุ่มคู่กรณีจะเดินออกจากร้านไป เหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิด ทำให้สามารถเห็นลำดับเหตุการณ์ได้ค่อนข้างชัดเจน
ตร.คอมมานโดร้องสื่อถูกด.ต.ปากเกร็ดรุมทำร้าย หลังบาดเจ็บสาหัส
ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เสียหายระบุว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า มีอาการใบหน้าบวมปูดและเส้นเลือดในตาแตก จึงเข้ารับการตรวจรักษาและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ยังมีเอกสารทางการแพทย์และข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ช่วงบ่ายวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด พร้อมจัดทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด และผู้ถูกกล่าวหาเป็นตำรวจในพื้นที่ ผู้เสียหายจึงกังวลว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม หรืออาจเกิดการช่วยเหลือกันภายในหน่วยงาน
ด้วยเหตุนี้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจนำคลิปกล้องวงจรปิดและรายละเอียดต่าง ๆ ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครเป็นผู้เริ่มต้นเหตุทะเลาะวิวาท แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการใช้กำลัง การเข้ารุมทำร้าย และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุ
สำหรับคดีลักษณะนี้ การตรวจสอบควรพิจารณาหลักฐานทุกด้านอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด คำให้การของผู้เสียหาย คู่กรณี พยานในร้าน และผลตรวจร่างกาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดถือเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องเรียน และผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงหรือต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
- หลักฐานสำคัญ: ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ได้
- อาการบาดเจ็บ: ผู้ร้องเรียนระบุว่าใบหน้าบวมและมีเส้นเลือดในตาแตก
- การดำเนินการ: ผู้เสียหายเข้าแจ้งความและรายงานเรื่องต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว
- ข้อเรียกร้อง: ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กรณี ตร.คอมมานโดร้องสื่อถูกด.ต.ปากเกร็ดรุมทำร้าย สะท้อนว่าการใช้ความรุนแรงไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีความขัดแย้งควรใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นทางออก ผู้เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบหลักฐานอย่างเป็นกลาง พร้อมสื่อสารความคืบหน้าให้สังคมรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
ท้ายที่สุด การนำเสนอข่าวควรยึดข้อเท็จจริงและเคารพสิทธิของทุกฝ่าย ผู้อ่านควรรอติดตามผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และไม่ด่วนตัดสินผู้ใดก่อนคดีจะมีความชัดเจน
ที่มา – ตร.คอมมานโด ร้องสื่อ ถูก ‘ด.ต.ปากเกร็ด’ เมากร่างรุมทำร้ายคาคาราโอเกะ




