ตร.ภาค 2 ยึด SIM BOX ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัทยา

ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง หลังได้รับข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า มีประชาชนถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกให้โอนเงิน โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามเบาะแสจนพบอุปกรณ์สำคัญที่คาดว่าใช้สนับสนุนการกระทำผิดซ่อนอยู่ภายในห้องเช่ากลางเมืองพัทยา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมทางโทรคมนาคมในปัจจุบัน

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ภายใต้การอำนวยการของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 2 ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่วิทยาการเวรเขต 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจค้นห้องเช่ารายวันและรายเดือนแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สองคูหา

ตร.ภาค 2 ยึด SIM BOX ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัทยา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักหมายเลข A8 บริเวณชั้น 4 หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงกับการใช้หมายเลขโทรศัพท์หลอกลวงประชาชน ภายในห้องพบอุปกรณ์ SIM BOX หรือ GSM Gateway แบบ 32 ช่อง จำนวน 2 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่เหนือเพดานฝ้า นอกจากนี้ยังพบเราเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิม กล้องวงจรปิด เสาสัญญาณ และปลั๊กพ่วง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และขยายผลทางคดี

สำหรับผู้เช่าห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนที่ชุดปฏิบัติการจะเข้าตรวจค้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคล เส้นทางการเช่าห้อง และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมที่อาจมีสมาชิกอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตร.ภาค 2 ยึด SIM BOX หลังพบกลโกงหลอกโอนเงิน

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 17.26 น. โดยระบุว่าได้รับโทรศัพท์จากคนร้ายซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้โทรอ้างว่าผู้เสียหายเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และคดีฟอกเงิน จากนั้นจึงสร้างความกดดันด้วยการขอให้โอนเงินมาตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์

ด้วยความตกใจและหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงโอนเงินจำนวน 15,000 บาทให้กับคนร้าย ก่อนจะตระหนักว่าตนเองอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงรีบเข้าแจ้งความออนไลน์ ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตำรวจสามารถวิเคราะห์รูปแบบการโทร หมายเลขที่ใช้ และเส้นทางของสัญญาณ จนนำไปสู่การตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยในเมืองพัทยา

อุปกรณ์ SIM BOX หรือ GSM Gateway สามารถรองรับซิมการ์ดจำนวนมากและช่วยจัดการการโทรผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ได้ จึงมักถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เช่น การโทรออกจำนวนมาก การปกปิดแหล่งที่มาของสาย และการสร้างหมายเลขโทรศัพท์ให้ดูน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม การพบอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวยังต้องอาศัยการตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคและพยานหลักฐานอื่นประกอบ เพื่อยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงในคดีนี้โดยตรง

สิ่งของที่ตำรวจตรวจยึดในครั้งนี้ประกอบด้วย

  • SIM BOX หรือ GSM Gateway แบบ 32 ช่อง จำนวน 2 เครื่อง
  • เราเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิม จำนวน 1 เครื่อง
  • กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว
  • เสาสัญญาณ จำนวน 2 ต้น
  • ปลั๊กพ่วงและอุปกรณ์เชื่อมต่อไฟฟ้า

ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของผู้เช่าห้องพัก เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดีและการติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง โดยชุดสืบสวนจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลการเช่าที่พัก รายการใช้งานซิมการ์ด และหลักฐานดิจิทัลที่พบในอุปกรณ์ เพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้จัดหาอุปกรณ์ และผู้ร่วมขบวนการรายอื่น

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เตือนให้ประชาชนระวังสายโทรเข้าซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี ยืนยันความบริสุทธิ์ หรือแก้ไขปัญหาคดีความ หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินผ่านโทรศัพท์ หากพบสถานการณ์น่าสงสัย ควรวางสายและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง

การที่ ตร.ภาค 2 ยึด SIM BOX ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัทยา ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสกัดเครื่องมือของมิจฉาชีพ แต่การป้องกันที่ดีที่สุดยังต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน หากได้รับสายที่เร่งรัด ข่มขู่ หรือขอข้อมูลส่วนตัวและเงินโอน อย่ารีบทำตาม ควรตรวจสอบให้รอบคอบและแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อช่วยลดความเสียหายและไม่ให้เครือข่ายหลอกลวงก่อเหตุซ้ำ

ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนใกล้ตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อช่วยกันป้องกันภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ที่มา – ตร.ภาค 2 บุกยึด SIM BOX ซ่อนใต้เพดานกลางเมืองพัทยา ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *