ตร.ศรีสะเกษรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้นำกัมพูชา
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมมือกับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ฝ่ายสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ และหน่วย EOD ในการลงพื้นที่ 7 จุดในตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเก็บวัตถุพยานและชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่ยังค้างอยู่ พร้อมจัดทำสำนวนคดีเพื่อดำเนินคดีทั้งในส่วนของ อาญาและแพ่ง กับผู้นำของกัมพูชาที่ใช้อาวุธสงครามยิงใส่พลเรือน
ตร.ศรีสะเกษรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้นำกัมพูชา
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้ อาวุธสงคราม ยิงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึง造成ความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งสำรวจพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน ประเมินความเสียหาย และสอบสวนพยานเพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนก่อนที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
จุดที่ตรวจพบวัตถุระเบิด BM-21
ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ พบว่า BM-21 หรือที่เรียกว่ากราด (Grad) ซึ่งเป็น อาวุธสงคราม ที่มี威力ทำลายล้างสูง ได้ตกอยู่ในหลายจุดสำคัญในบริเวณตำบลบ้านผือและเมือง อ.กันทรลักษ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อแต่ละพื้นที่ทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยจุดที่เก็บหลักฐานได้มีรายละเอียดดังนี้:
- ร้านค้าของบ้านพ่อนารี ถูกทำลายทั้งหลัง
- บ้านยายสำราญ มีกำแพงเสียหาย
- ที่ทำการ อบต.เมือง หลังคาและฝ้าชำรุด
- ทุ่งนาที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.น้ำยืน ซึ่งมียายวัย 60 ปีเสียชีวิตขณะทำงาน และยังมีระเบิด BM-21 ตัวหนึ่งยังไม่ถูกทำลาย
- ร้านข้าวและบ้านยายคำพอง ซึ่ง BM-21 ตกห่างจากร้านประมาณ 10 เมตร ทำให้บ้านและร้านเสียหาย
- อู่ซ่อมรถของนายสงกรานต์ รถเสียหายทั้งหมด 5 คัน
- บ้านของชาวบ้านในน้ำเย็นใต้ หมู่ 9 ถูกทำลาย
การปะทะนี้มิใช่แค่เหตุการณ์ระดมยิงธรรมดา แต่เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับ อาวุธสงคราม และเปิดโอกาสให้เกิดความละเมิดสิทธิพลเมืองอย่างรุนแรง ซึ่งหน่วยงานของไทยไม่พร้อมปล่อยให้กรณีนี้จบลงอย่างง่ายๆ พวกเขาอยู่ระหว่างจัดหาพยานทั้งภาพถ่าย, ชิ้นส่วนระเบิด และการให้ปากคำของพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อยื่นต่อศาลไทยและอาจส่งผ่านทางการระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาความรับผิดชอบในระดับนานาชาติ
ในฐานะพลเมืองที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าพรมแดนที่อยู่ใกล้ไม่เพียงแค่ควรระวัง แต่ควรได้รับการปกป้องจากผู้มีอำนาจอย่างเต็มรูปแบบ การรับมือกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ อาวุธสงคราม และการรุกรานจากดินแดนเพื่อนบ้าน ย่อมต้องมีทั้งการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา และการดำเนินคดีตามกฎหมายหลากหลายทาง
เราขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานที่ทำงานอย่างละเอียดเพื่อความยุติธรรมในครั้งนี้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่คดีท้องถิ่น แต่เป็นประเด็นความมั่นคงระดับชาติที่ต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – ‘ตร.ศรีสะเกษ’ รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิด ‘อาญา-แพ่ง’ ผู้นำ ‘กัมพูชา’ ใช้อาวุธสงครามยิงใส่พลเรือน