ตำรวจช่วยนักศึกษาสาวถูกสแกมเมอร์หลอกเงิน

เหตุการณ์ ตำรวจช่วยนักศึกษาสาวถูกสแกมเมอร์หลอกเงิน สะท้อนให้เห็นถึงภัยคอลเซ็นเตอร์ที่ยังคงสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่อาจตกใจเมื่อถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับคดีอาญา ผู้เสียหายรายนี้อายุเพียง 19 ปี และถูกมิจฉาชีพใช้ความกลัวกดดันจนโอนเงินรวมเกือบ 4 แสนบาท ก่อนที่ผู้ปกครองจะสังเกตเห็นความผิดปกติและประสานตำรวจเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา

ตำรวจช่วยนักศึกษาสาวถูกสแกมเมอร์หลอกเงิน หลังถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจาก สน.ดินแดง และ สน.ห้วยขวาง ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องพักของนักศึกษาสาว หลังได้รับแจ้งว่ามีการโอนเงินจำนวนมากให้บุคคลอื่น โดยขณะนั้นผู้เสียหายกำลังวิดีโอคอลพูดคุยกับคนร้ายอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากยังเชื่อว่าคู่สนทนาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง

สถานการณ์มีความเร่งด่วน เพราะคนร้ายพยายามควบคุมการติดต่อสื่อสารของผู้เสียหาย พร้อมสั่งไม่ให้พูดคุยกับบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจงัดประตูห้องเพื่อเข้าไปตรวจสอบและอธิบายข้อเท็จจริงให้ผู้เสียหายเข้าใจ การเข้าช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้สามารถหยุดการโอนเงินเพิ่มเติม และลดความเสี่ยงที่ผู้เสียหายจะสูญเสียทรัพย์สินมากกว่านี้

กลลวงของมิจฉาชีพ ใช้โทรศัพท์และวิดีโอคอลสร้างความน่าเชื่อถือ

ผู้เสียหายเล่าว่า มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่าเป็นตัวแทนจากเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง โดยกล่าวหาว่ามีบุคคลนำหมายเลขโทรศัพท์ของเธอไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ จากนั้นคนร้ายแนะนำให้แจ้งความกับสถานีตำรวจในจังหวัดพิจิตรเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้เพิ่มบัญชีไลน์เพื่อพูดคุยกับตำรวจปลอม

ต่อมาคนร้ายใช้การวิดีโอคอลเพื่อทำให้เหยื่อเชื่อว่าได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่จริง พร้อมข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายประมาณ 5 แสนบาท วิธีการดังกล่าวเป็นกลลวงที่พบได้บ่อย โดยคนร้ายจะสร้างสถานการณ์เร่งด่วน ใช้คำพูดทางกฎหมาย และสั่งให้เหยื่อทำตามขั้นตอนโดยไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูล

นอกจากหลอกให้โอนเงินไปตรวจสอบแล้ว คนร้ายยังสั่งให้นักศึกษาสาวโทรศัพท์ไปขอเงินจากพ่อแม่ โดยให้โกหกว่าได้รับทุนไปเรียนต่อประเทศเกาหลีและต้องใช้เงินเป็นหลักประกัน จำนวน 5 แสนบาท แผนการนี้ทำให้ผู้เสียหายสามารถนำเงินออกมาโอนได้บางส่วน ก่อนที่ครอบครัวจะเริ่มเอะใจจากยอดเงินที่ถูกถอนและโอนไปยังบัญชีบุคคลอื่น

รายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียหายโทรศัพท์ขอเงินจากบิดาจำนวน 5 แสนบาท และโอนให้คนร้าย 3 ครั้ง ครั้งละ 49,900 บาท รวมเป็นเงิน 149,700 บาท นอกจากนี้ยังเบิกเงินสดอีก 250,000 บาท เพื่อนำไปส่งให้ผู้ก่อเหตุบริเวณใกล้หอพักแห่งหนึ่งในซอยประชาสงเคราะห์ 27 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร รวมความเสียหายเกือบ 4 แสนบาท

ผู้ปกครองพยายามโทรศัพท์ติดต่อลูกสาวหลังได้รับแจ้งจากธนาคารว่ามีการถอนเงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถพูดคุยได้ เพราะผู้เสียหายกำลังอยู่ในสายกับคนร้ายตลอดเวลา จึงตัดสินใจประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วมีส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้มีการโอนเงินเพิ่ม และช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้เสียหายได้ทัน

สัญญาณเตือนว่ากำลังถูกหลอกลวง

  • อ้างเป็นตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ แล้วกล่าวหาว่าเหยื่อพัวพันกับคดีร้ายแรง
  • เร่งรัดให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบบัญชีหรือแสดงความบริสุทธิ์ใจ
  • สั่งให้เก็บเรื่องเป็นความลับ และห้ามติดต่อครอบครัวหรือคนใกล้ตัว
  • ใช้วิดีโอคอลหรือเอกสารปลอม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • ให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น หรือส่งเงินสดให้ผู้รับตามจุดนัดหมาย

ประชาชนควรจำไว้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่เรียกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี และไม่สั่งให้ประชาชนปิดบังข้อมูลจากครอบครัว หากพบสายโทรศัพท์ลักษณะนี้ ควรวางสายก่อน แล้วติดต่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างผ่านหมายเลขโทรศัพท์จากเว็บไซต์ทางการเท่านั้น ไม่ควรใช้ช่องทางที่มิจฉาชีพส่งมาให้

วิธีรับมือเมื่อสงสัยว่าถูกสแกมเมอร์หลอก

หากมีคนโทรมาแจ้งว่ามีชื่อพัวพันคดี สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดสนทนาและตั้งสติ ไม่ทำตามคำสั่งทันที จากนั้นสอบถามข้อมูลของผู้โทรและจดหมายเลขโทรศัพท์ เวลา รวมถึงรายละเอียดบัญชีที่ถูกส่งมา หากมีการโอนเงินไปแล้ว ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับธุรกรรม พร้อมแจ้งตำรวจและเก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และข้อมูลบัญชีปลายทางไว้ให้ครบถ้วน

ครอบครัวและคนใกล้ชิดก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันเหตุ โดยควรพูดคุยเรื่องกลโกงเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การแยกตัว ไม่รับสาย หรือถอนเงินจำนวนมากโดยไม่บอกเหตุผล การช่วยกันตรวจสอบอย่างใจเย็นอาจทำให้สามารถหยุดความเสียหายได้ก่อนที่เงินจะถูกส่งต่อไปยังมิจฉาชีพ

กรณี ตำรวจช่วยนักศึกษาสาวถูกสแกมเมอร์หลอกเงิน เป็นบทเรียนสำคัญว่าไม่มีใครควรรู้สึกอายเมื่อถูกหลอก สิ่งสำคัญที่สุดคือรีบขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุโดยเร็ว ยิ่งทุกคนรู้เท่าทันกลลวงและกล้าตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น โอกาสที่มิจฉาชีพจะควบคุมสถานการณ์ก็จะลดลง หากพบเหตุผิดปกติ อย่าโอนเงิน อย่าปิดบังครอบครัว และรีบติดต่อธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ที่มา – ตำรวจบุกพังประตูช่วย ‘น.ศ.สาว’ ถูกสแกมเมอร์หลอกสูญเงินเกือบ 4 แสนบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *