ตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถ
เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงต้องตกตะลึงเมื่อได้ทราบข่าวล่าสุดของ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตปีกตัวเก่งของสโมสรลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ล่าสุดตกเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อ เมื่อตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถ หลังจากที่เจ้าตัวประสบอุบัติเหตุรถยนต์ลัมบอร์กินีส่วนตัวชนเข้ากับแผงกั้นบนทางหลวง M3 เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนเวลา 09.00 น. ตามการรายงานของตำรวจแฮมป์เชียร์ ซึ่งระบุว่ารถซูเปอร์คาร์ของเขาได้เสียหลักพุ่งชนแผงกั้นทางหลวงอย่างจัง เคราะห์ดีที่ไม่มีรถคันอื่นได้รับความเสียหายและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวสเตอร์ลิงในวัย 31 ปีไปสอบสวนทันที ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเวลาต่อมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรับผิดชอบของนักฟุตบอลอาชีพ
รายละเอียดข้อหาที่ ตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถ
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักหลายกระทงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ดังนี้:
- ขับรถขณะมึนเมาจากการใช้สารเสพติด
- ขับรถโดยประมาทอันตราย
- ครอบครองยาเสพติดประเภทรุ่น C
- ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดปริมาณสารเสพติด
ในแง่ของอาชีพการค้าแข้ง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจังหวะชีวิตที่ตกต่ำที่สุดของเขา หลังจากที่ย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มการเล่นของสเตอร์ลิงก็ไม่เคยกลับมาอยู่ในจุดเดิมได้อีกเลย แม้จะลองย้ายไปเซ็นสัญญาระยะสั้นกับเฟเยนูร์ดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เขากลับได้รับโอกาสลงสนามในเอเรดิวิซีลีกไปเพียง 8 นัดเท่านั้น ซึ่งการตกเป็นตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถในครั้งนี้ ยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความพร้อมในการหาสโมสรใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากมองในมุมของมืออาชีพ นี่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่นักกีฬาทุกคนควรระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะอยู่ในจุดที่รุ่งโรจน์หรือขาลง กฎหมายและความปลอดภัยของเพื่อนร่วมถนนต้องมาก่อนเสมอ การกระทำเพียงชั่ววูบอาจทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาตลอดอาชีพการค้าแข้งลงได้ในพริบตา คงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไรและอนาคตบนผืนหญ้าของเขาจะเป็นไปในทิศทางไหน
ที่มา – ตำรวจตั้งข้อหา “สเตอร์ลิง” สงสัยใช้สารเสพติดระหว่างขับรถ