ตำรวจบุกทลายแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ รวบ 8 ผู้ต้องหา

ตำรวจบุกทลายแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ รวบ 8 ผู้ต้องหา

ในช่วงเวลากลางดึกของวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดล้อมและบุกจับกุมขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ ซึ่งมีพฤติกรรมการลักลอบขนส่งรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 8 คน และยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้กว่า 20 คัน พร้อมด้วยรถตู้ที่ใช้ในการลำเลียง

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายการกวาดล้างอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการปราบปรามกลุ่มขบวนการค้าของเถื่อนและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการ

การสืบสวนและจับกุม

จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อพลเมืองดีได้แจ้งเบาะแสว่ามีหญิงไทยรายหนึ่งนำรถจักรยานยนต์จำนวน 8 คันมาฝากไว้ภายในบ้านเลขที่ 170 หมู่ 8 ซอยมังกร–นาคดี 6 ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ก่อนจะมีรถกระบะตู้ทึบมารับรถทั้งหมดไปในลักษณะที่น่าสงสัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จึงได้เข้าไปตรวจสอบและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้ได้ทันที ผลการตรวจสอบพบรหัสตัวถังและทะเบียนรถ พบว่ารถทั้งหมดถูกลักลอบมาจากหลายพื้นที่ ได้แก่ สภ.บางเสาธง 3 คัน, สภ.บางพลี 2 คัน, สภ.บางปู 2 คัน และอีก 1 คันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขยายผลสู่การจับกุม

หลังจากนั้น ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการได้ลงพื้นที่สืบสวนขยายผลและไล่ติดตามเส้นทางของขบวนการนี้ จนกระทั่งสามารถขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาได้ 1 ราย

เจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถสืบพบร่องรอยของขบวนการนี้ไปยังหอพักสุทิน แมนชั่น ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี ซึ่งเป็นจุดพักรถของกลุ่มผู้ต้องหา โดยในช่วงแรกสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดรถจักรยานยนต์เพิ่มอีก 4 คัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหา พบว่าขบวนการนี้มีการจ้างวานกันเป็นทอดๆ โดยผู้ต้องหานั้นจะขโมยรถจักรยานยนต์มาก่อน แล้วส่งต่อให้กับนายหน้าในพื้นที่ชายแดน เพื่อนำไปขายต่อในประเทศเพื่อนบ้าน โดยค่าจ้างในการส่งรถหนึ่งคันอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท

การจับกุมครั้งสุดท้าย

จากข้อมูลที่ได้ ตำรวจจึงได้ดำเนินการขยายผลและติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย พร้อมยึดรถจักรยานยนต์เพิ่มอีก 8 คัน ทำให้รวมของกลางทั้งหมดที่ยึดได้ในคดีนี้มีจำนวน 20 คัน พร้อมด้วยรถตู้สีเทา ทะเบียน นข 4216 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ในการลำเลียงรถที่ถูกขโมย

ผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ประกอบด้วย

  • น.ส.สมพิศ เจริญทัศน์ อายุ 44 ปี (ตามหมายจับ)
  • นายอำพล ศรีประสงค์ อายุ 33 ปี
  • เยาวชนชาย อายุ 13 ปี
  • เยาวชนชาย อายุ 16 ปี (2 ราย)
  • นายเชิดชัย ศรีเชษฐา อายุ 35 ปี
  • นายณัฐวุฒิ แสนภูวา อายุ 34 ปี
  • นายณัฐพงษ์ หรือ “บอย” ทองพั้ว อายุ 29 ปี

ผู้ต้องหายังให้การซัดทอดไปยังหญิงไทยวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนายหน้ารับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมย ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้บงการรายนี้อยู่

ความคิดเห็นจากผู้เสียหาย

นายวรภพ อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่เดินทางมาดูรถที่ถูกตรวจยึด เผยว่า รถของเขาถูกขโมยไปหลายวันก่อนหน้านี้ ทำให้เขาต้องกู้เงินซื้อรถใหม่เพื่อใช้ในการขับรถรับจ้างไรเดอร์ จึงต้องผ่อนทั้งรถคันเก่าและคันใหม่พร้อมกัน จนกลายเป็นภาระหนี้สิน แต่เมื่อได้มาเห็นรถคันเดิมที่ถูกตรวจยึด เขาก็ยืนยันว่าเป็นรถของเขา และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามและยึดรถคืนมาให้ได้

การจับกุมขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาตินี้ ถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการค้าของเถื่อนว่า ตำรวจจะไม่นิ่งนอนใจต่อการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและสวัสดิภาพของประชาชน

ที่มา – ตำรวจบุกทลายแก๊งโจรกรรม จยย. ข้ามชาติ! รวบ 8 ผู้ต้องหา ยึดรถ 20 คัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *