ตำรวจสตูลจับแก๊งอุ้มสาว 18 ปี เรียกค่าไถ่ 3 แสนบาท เช็กประวัติหัวโจกอื้อฉาวจากบัญชีดำ
ไล่ล่าจับแก๊งจับสาว18เรียกค่าไถ่ เช็กประวัติหัวโจกเตือนภัย
เมื่อเวลาตี 2 ของวันที่ 2 สิงหาคม 2568 เกิดการปฏิบัติการสกัดจับสุดระทึก โดยมีการร่วมมือกันระหว่างศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษกับชุดสืบสวนจากหลายพื้นที่ รวมถึง ภ.จว.ตรัง, ภ.จว.สตูล, สภ.สิเกา และตำรวจทางหลวงสตูล ในการจัดการกับกลุ่มคนร้ายที่อุ้มสาวอายุ 18 ปี เพื่อรีดเงิน 3 แสนบาท เป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่ และบทบาทสำคัญที่ช่วยกอบกู้ชีวิตอย่างปลอดภัย
หัวโจกเคยมีประวัติหลบหนีคดีปล้นยาบ้า
จากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาถูกหมายมั่นปหมายหัวมากที่สุด คือ นายประทีป หรือหลง อายุ 45 ปี ผู้เป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งปรากฏชื่อใน บัญชีดำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเคยถูกจับกุมในคดีปล้นยาบ้า ขณะหลบทัพจากการทลายชุดพิเศษของฝ่ายปกครอง จ.สงขลา เมื่อปี 2565 ผู้ต้องหาอีก 3 คนประกอบด้วย นายโชคชัย, นายศิลา และนายวรนน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติการรีดค่าไถ่ครั้งนี้
เหยื่อคือ น.ส.อรพริน อายุ 18 ปี ถูกบุกจับตัวถึงในบ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 3 ต.ไม้ฝาก อ.สิเกา จ.ตรัง เมื่อเวลา 12.29 น. วันที่ 1 สิงหาคม กลุ่มคนร้ายใช้ปืนจี้เธอขึ้นรถเก๋งสีดำ ก่อนจะเรียกเงิน 3 แสนบาทเป็นค่าไถ่ สามีของเหยื่อ คือนายชินวัฒน์ ได้แจ้งความทันทีที่พบว่าภรรยาถูกลักพาตัว
แผนล่อซื้อด้วยการยื้อเวลา การสอดแนมผ่านกล้องวงจรปิด
เจ้าหน้าที่ใช้ทั้งกลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง โดยให้สามีของเหยื่อทำหน้าที่พูดคุยเพื่อกวาดเวลากับคนร้าย ขณะเดียวกันเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีผ่านกล้องวงจรปิด พบว่ารถผู้ต้องหาใช้เส้นทางเข้าสู่จังหวัดสตูล ก่อนจะถูกปิดล้อมและจับกุมได้ที่ ด่านความมั่นคงทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เมื่อเวลา 02.30 น.
การออกหมายจับและการติดตามผลของคดี
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกจับกุมตัวได้ทันควัน พร้อมกับการช่วยเหลือเหยื่ออย่างปลอดภัย การปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมทั้งควบคุมตัวส่งให้กับ สภ.สิเกา เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมายที่ให้ไว้
อยากให้เห็นว่า แม้ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นหัวใจหลักในการรักษาความยุติธรรม และช่วยชีวิตผู้คนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่ต้องเผชิญอยู่ตามลำพัง เหตุการณ์เช่นนี้ก็เป็นการเตือนให้พวกเราเฝ้าระวังและดูแลครอบครัวให้รัดกุม โดยเฉพาะในยามค่ำคืน