ตำรวจสมุยจับจริง! กวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรม

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข ผกก.สภ.บ่อผุด นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย และฝ่ายสืบสวน สภ.บ่อผุด บุกเข้าจับกุมตัว นายมาทาน โมเช่ วาฮาว อายุ 25 ปี และนายโอเมอ ซารูซี่ หรือ อายุ 28 ปี สัญชาติอิสราเอลทั้งคู่ โดยทั้งสองคนได้ใช้ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์ปลอมมาแลกเงินเป็นเงินบาทไทย ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินประจำบูธแลกเงินท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ว่าได้มีชายชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอลนำเงินธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์ใบละ 50 ดอลลาร์ จำนวน 15 ฉบับ มาแลกที่บูธรับแลกเงินของธนาคาร ต่อมาเจ้าหน้าที่ธนาคารประจำบูธได้ตรวจนับเงินอีกครั้งสังเกตเห็นความผิดปกติบนธนบัตรดอลลาร์จำนวนดังกล่าว จึงได้นำธนบัตรที่ได้รับแลกจากชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอลดังกล่าวเข้าเครื่องตรวจสอบธนบัตรผลปรากฏว่าเป็นธนบัตรปลอมจำนวน 15 ฉบับ โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารประจำบูธแลกเงินได้นำหลักฐานเป็นสำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างชาติจำนวน 2 ราย ที่เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมใบเสร็จมาให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัว

ตรวจสอบในเอกสารสำเนาหนังสือเดินทางระบุชื่อนายมาทาน โมเช่ วาฮาว ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 68 ได้นำธนบัตรดอลลาร์ปลอมมาแลกจำนวน 5 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยจำนวน 7,280 บาท และนายโอเมอ ซารูซี่ ได้นำธนบัตรดอลลาร์ปลอมมาแลก จำนวน 10 ฉบับ คิดเป็นเงินไทย จำนวน 14,560 บาท จากข้อมูล พ.ต.ท.วัสส์ธนภูมิ กุลจิตติชุติพร รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมฝ่ายสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุยได้ร่วมกับ พ.ต.ต.ภาณุมาศ ชูเกื้อ สว.สส.สภ.บ่อผุด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในสนามบินนานาชาติสมุยพบคนร้ายกำลังยืนแลกเงินดอลลาร์ตามที่พนักงานธนาคารแจ้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 341/2568 และ 342/2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามตัวผู้กระทำผิดทั้งสอง จากสืบสวนพบว่าชายชาวอิสราเอลทั้งสองคนพักอยู่ที่ วิลล่าแห่งหนึ่ง ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จึงได้เข้าจับกุมตัวชาวอิสราเอลทั้งสองราย

เบื้องต้นจากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม โดยธนบัตรดังกล่าวได้มาจากลุงที่อยู่ที่ประเทศอิสราเอล ได้ให้มาเพื่อใช้จ่ายในระหว่างท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ได้แลกเงินมาแล้วที่ กทม. ก็ไม่มีปัญหาหรือพบธนบัตรปลอมแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดธนบัตรดอลล่าร์ที่ทั้งสองคนมี พบธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์ฉบับละ 100 ดอลลาร์จำนวน 48 ฉบับ ฉบับละ 50 ดอลลาร์จำนวน 17 ฉบับ ฉบับละ 1 ดอลลาร์จำนวน 3 ฉบับ รวมเป็นเงินจำนวน 5,653 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย184,861.50 บาท

จึงนำตัวทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ทำปลอมซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศ(ดอลล่าร์สหรัฐ) , มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศ(ดอลล่าร์สหรัฐ) อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง พร้อมได้ยึดคอมพิวเตอร์แทปเล็ต จำนวน 1 เครื่อง ที่ติดตัวผู้ต้องหาเพื่อนำมาตรวจสอบขยายผลแหล่งที่มาของธนบัตรปลอมดังกล่าวต่อไป.

ตำรวจเอาจริง! กวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย

ข่าวการจับกุมชาวอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุยนี้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป การที่ตำรวจไทยดำเนินการอย่างจริงจังในการกวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทางการไทยให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยว

ความสำคัญของการกวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย

การกวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย ไม่เพียงแต่เป็นการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอาชญากรอื่นๆ ว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจังจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การจับกุมชาวอิสราเอลที่ใช้ธนบัตรดอลลาร์ปลอมแลกเงินบาท ยังเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบธนบัตรและระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำธุรกรรมกับบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าไว้วางใจ การตรวจสอบธนบัตรอย่างละเอียดจะช่วยป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ทางการไทยควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย การกวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยว และยังคงต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและน่าดึงดูด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลหาแหล่งที่มาของธนบัตรปลอม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ระมัดระวังในการแลกเปลี่ยนเงินตรา และตรวจสอบที่มาของเงินให้ดี เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายของไทย

การที่ตำรวจเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง หวังว่าการดำเนินการนี้จะเป็นตัวอย่างให้กับการปราบปรามอาชญากรรมอื่นๆ ในประเทศไทยต่อไป

ที่มา – ตำรวจเอาจริง! กวาดล้างชาวอิสราเอล ก่ออาชญากรรมบนเกาะสมุย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *