ตุรกีผลักดันข้อตกลงเอไอเพื่อสิ่งแวดล้อม

ประเด็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี ธุรกิจ และบริการดิจิทัลอีกต่อไป เพราะการทำงานของระบบเอไอต้องใช้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรจำนวนมาก ตุรกีจึงกำลังผลักดันแนวคิดความร่วมมือระดับโลก เพื่อทำให้การเติบโตของเอไอเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การพัฒนา “ข้อตกลงอันตัลยาว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์” หรือ Antalya Pledge on Artificial Intelligence โดยตุรกีร่วมมือกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู เพื่อจัดทำร่างข้อตกลงและเผยแพร่ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP31 ซึ่งตุรกีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

ตุรกีผลักดันข้อตกลงเอไอเพื่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญของข้อตกลงคือการเปิดพื้นที่ให้รัฐบาล บริษัทเทคโนโลยี นักวิจัย และภาคประชาชนร่วมกันพูดคุยถึงผลกระทบของเอไอต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปริมาณไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล และการให้บริการเอไอแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก

มูรัต คูรุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการวางผังเมืองของตุรกี ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานการประชุม COP31 ระบุว่า สังคมจำเป็นต้องหารือกันอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการใช้พลังงานของเอไอ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเริ่มกำหนดกติกาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน บริษัทต่าง ๆ ก็ควรเปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานอย่างโปร่งใส และหันมาใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินงานมากขึ้น

เหตุผลที่ข้อตกลงเอไอมีความสำคัญต่อโลก

เอไอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหลายภาคส่วน ตั้งแต่การแพทย์ การเกษตร การผลิต ไปจนถึงการคมนาคม แต่เบื้องหลังความสะดวกเหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา หากไฟฟ้าที่ใช้ยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล การขยายตัวของเอไออาจทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น ตุรกีผลักดันข้อตกลงเอไอเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยต้องการให้การพัฒนาเทคโนโลยีมีความรับผิดชอบมากกว่าเดิม ข้อตกลงที่กำลังจัดทำจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางลดการใช้พลังงาน และมาตรฐานสำหรับประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของระบบเอไอ การมีกรอบความร่วมมือร่วมกันยังช่วยให้แต่ละประเทศสามารถเปรียบเทียบความคืบหน้าและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนได้

  • เพิ่มความโปร่งใส: บริษัทควรรายงานปริมาณไฟฟ้า น้ำ และทรัพยากรที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลอย่างเข้าใจง่าย
  • สนับสนุนพลังงานสะอาด: ผู้ให้บริการเอไอควรเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
  • พัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน: นักพัฒนาควรสร้างโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง
  • สร้างมาตรฐานร่วมกัน: ประเทศต่าง ๆ ควรมีหลักเกณฑ์ใกล้เคียงกันในการวัดและเปิดเผยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตุรกีเดินหน้าสู่เป้าหมายใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

นอกจากเรื่องเอไอ ตุรกียังเปิดตัวโครงการริเริ่มสำคัญก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศประจำปี โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในการบริโภคพลังงานขั้นสุดท้ายให้แตะ 35% ภายในปี 2578 เป้าหมายนี้ครอบคลุมการปรับเปลี่ยนระบบอาคาร ภาคการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรมให้หันมาใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเอไอโดยตรง เพราะศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ หากประเทศสามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดได้ ก็จะช่วยลดผลกระทบจากการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลในระยะยาว นอกจากนี้ อาคารอัจฉริยะและระบบขนส่งอัจฉริยะยังสามารถใช้เอไอเพื่อบริหารพลังงาน ลดการสูญเสีย และวางแผนการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อตกลงแบบสมัครใจที่ตุรกีเสนอจะรวมถึงการจัดตั้งกลไกระดับโลก เพื่อใช้ติดตามความคืบหน้าของการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า กลไกนี้มีความสำคัญเพราะการประกาศเป้าหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ตัวชี้วัดที่ชัดเจน และการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นว่าประเทศและองค์กรต่าง ๆ สามารถทำตามคำมั่นได้มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อตกลงเกิดผลในทางปฏิบัติ แต่ละประเทศมีโครงสร้างพลังงาน ระดับเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีแตกต่างกัน ประเทศที่มีรายได้น้อยอาจต้องการเงินทุนและความช่วยเหลือทางวิชาการ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีต้องลงทุนในศูนย์ข้อมูลที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น การกำหนดกติกาจึงควรคำนึงถึงความเป็นธรรม ไม่สร้างภาระเกินความสามารถ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ผลต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ

หากแนวคิดนี้ได้รับการนำไปใช้ ผู้บริโภคอาจเห็นข้อมูลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของบริการเอไอชัดเจนขึ้น เช่น ปริมาณคาร์บอนจากการใช้งาน หรือสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดที่บริษัทนำมาใช้ ส่วนภาคธุรกิจจะมีแรงจูงใจให้ปรับปรุงระบบไอที เลือกผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และออกแบบซอฟต์แวร์ให้ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้เป็นบทเรียนที่น่าจับตามอง เพราะการใช้งานเอไอกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในองค์กร ภาคการศึกษา และธุรกิจขนาดเล็ก การวางแผนเรื่องพลังงานตั้งแต่ต้นจะช่วยลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต ผู้ประกอบการควรเริ่มเก็บข้อมูลการใช้พลังงาน ขณะที่หน่วยงานรัฐควรส่งเสริมพลังงานสะอาดและกำหนดมาตรฐานที่เข้าใจง่าย

โดยสรุป ตุรกีผลักดันข้อตกลงเอไอเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความรับผิดชอบต่อโลก ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และบริษัทเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญ หากทุกฝ่ายร่วมกันเปิดเผยข้อมูล ลดการใช้พลังงาน และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอไอก็จะมีโอกาสเติบโตโดยไม่เพิ่มภาระให้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากเกินไป

มุมมองส่งท้าย: ผู้ใช้งานและธุรกิจควรติดตามนโยบายด้านพลังงานของบริการเอไอ พร้อมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า เพราะการตัดสินใจเล็ก ๆ ในวันนี้อาจช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในวันข้างหน้า

ที่มา – ตุรกีผลักดันข้อตกลง “เอไอ” ชูความร่วมมือเพื่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *