ถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบหลังน้ำท่วม
ถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบหลังน้ำท่วม กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง หลังมวลน้ำไหลแรงเข้ากัดเซาะดินใต้ผิวถนนจนเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ ส่งผลให้ถนนเสียหายไปหนึ่งช่องจราจร และเจ้าหน้าที่ต้องเร่งปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนน
ถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบหลังน้ำท่วม เกิดเหตุบริเวณคลองใหญ่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 บริเวณถนนสายเชิงเนิน-ชากบก หมู่ 5 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ช่วงใกล้คลองใหญ่และป้ายซอยภูสินธารา ผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางพบว่าผิวถนนบริเวณแนวท่อระบายน้ำพังทรุดลงอย่างชัดเจน จนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่และทำให้พื้นผิวถนนหายไปหนึ่งช่องทาง
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้จัดการจราจรให้เหลือเพียงหนึ่งช่องทาง พร้อมนำป้ายเตือนและอุปกรณ์กั้นพื้นที่มาติดตั้ง เพื่อให้ผู้ขับขี่สังเกตเห็นจุดอันตรายได้ล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่มีฝนตก ซึ่งทัศนวิสัยอาจลดลงและทำให้มองไม่เห็นแนวถนนที่ชำรุดได้อย่างชัดเจน
ถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบหลังน้ำท่วม ต้องเร่งป้องกันหลุมขยาย
หลังตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮเข้าดำเนินการและยกแผ่นเหล็กชีทไพล์ลงบริเวณจุดเกิดเหตุ แผ่นเหล็กดังกล่าวมีหน้าที่ช่วยพยุงดินด้านข้างและดินใต้ผิวถนนไม่ให้เกิดการสไลด์ตัวเพิ่มเติม การดำเนินการนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมความเสียหาย เพราะหากปล่อยให้ดินไหลต่อเนื่อง หลุมอาจขยายวงกว้างและกระทบต่อโครงสร้างถนนในส่วนที่ยังเปิดให้ใช้งาน
สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากกระแสน้ำที่ไหลแรงหลังฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยน้ำได้กัดเซาะดินใต้ท่อส่งน้ำและใต้พื้นถนนอย่างต่อเนื่อง เมื่อฐานดินสูญเสียความแข็งแรง ผิวถนนจึงไม่สามารถรับน้ำหนักของรถยนต์และแรงกดทับได้ ก่อนจะทรุดตัวลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ในที่สุด
- น้ำไหลแรงกัดเซาะดินใต้แนวท่อและพื้นถนน
- ดินบริเวณใต้ผิวถนนเกิดการทรุดตัวและสไลด์
- โครงสร้างถนนเสียหายจนต้องปิดหนึ่งช่องจราจร
- เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเสริมความมั่นคงก่อนซ่อมแซมถาวร
หน่วยงานเร่งประสานบริษัทเอกชนเข้าซ่อมแซม
นายณรงค์ ฟุ้งขจร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาขัน เปิดเผยว่า ถนนสายเชิงเนิน-ชากบกอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง อย่างไรก็ตาม จุดที่เกิดความเสียหายเป็นบริเวณที่ล้ำเข้าไปในเขตถนนของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการวางท่อส่งน้ำไว้ในพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องประสานหน่วยงานและบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจสอบสาเหตุและดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
ขณะนี้บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบได้นำผู้รับเหมา เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่และทีมงานกำลังเร่งเสริมความแข็งแรงของดิน ปรับสภาพแนวท่อ และเตรียมซ่อมแซมผิวถนนให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว การทำงานจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะต้องตรวจสอบทั้งโครงสร้างใต้ดิน ระบบระบายน้ำ และความมั่นคงของขอบถนน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำหลังเปิดการจราจร
สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เผื่อเวลา และลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ แม้เจ้าหน้าที่จะจัดให้มีช่องทางสัญจรเหลืออยู่ แต่สภาพพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม จึงอาจมีรถจักรกล คนงาน และสิ่งกีดขวางอยู่ใกล้แนวทางจราจร
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้เส้นทางช่วงซ่อมถนน
ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่แซงในบริเวณคับขัน และไม่จอดรถใกล้หลุมหรือแนวกั้นพื้นที่ หากพบว่ามีฝนตกหนัก น้ำไหลข้ามถนน หรือพื้นผิวมีรอยแตกร้าวเพิ่มเติม ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางและแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานท้องถิ่นทราบทันที นอกจากนี้ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพื้นถนนเปียกและมีเศษดินหรือกรวดอาจทำให้รถเสียหลักได้ง่าย
เหตุการณ์ ถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบหลังน้ำท่วม สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างถนนและระบบระบายน้ำจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังเกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามจุดเสี่ยง ตรวจแนวท่อ และเร่งซ่อมแซมส่วนที่เริ่มมีสัญญาณผิดปกติก่อนจะกลายเป็นความเสียหายรุนแรง
คาดว่าผู้รับเหมาจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อเปิดช่องทางจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดซ่อมแซมจนกว่าจะมีการยืนยันว่าเส้นทางปลอดภัยแล้ว หากทุกฝ่ายช่วยกันสังเกต แจ้งเหตุ และปฏิบัติตามป้ายเตือน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
ที่มา – วิกฤติหลังน้ำท่วม! กระแสน้ำซัดถนนเชิงเนิน-ชากบกพังยุบ ท่อระบายน้ำโผล่ หลุมใหญ่กินเลน


