“ถ้วยละหลายร้อย” คือความหรูหราที่เอื้อมถึงหรือแพงเกินจริง?
เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับร้านเจลาโต้ชื่อดัง ณ สยามพารากอน ที่เปิดตัวไอศกรีมด้วยราคาถ้วยละหลักร้อยไปจนถึงหลายร้อยบาท จนเกิดคำถามมากมายว่าทำไมคนถึงยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงขนาดนั้น นี่คือปรากฏการณ์ “ถ้วยละหลายร้อย” คือความหรูหราที่เอื้อมถึงหรือแพงเกินจริง? ที่น่าสนใจในแง่จิตวิทยาการตลาดครับ
“ถ้วยละหลายร้อย” คือความหรูหราที่เอื้อมถึงหรือแพงเกินจริง? ในมุมมองนักการตลาด
เหตุผลที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อไอศกรีมราคาเทียบเท่ามื้ออาหารหรูนั้นไม่ได้เกิดจากความหิวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “Treat Culture” หรือการให้รางวัลตัวเองด้วยความหรูหราในราคาที่ยังพอเอื้อมถึงได้ แม้เศรษฐกิจจะผันผวนแต่การได้กินของดีๆ สักถ้วยก็ถือเป็นความสุขเล็กๆ ที่คุ้มค่าครับ
เปิดกลยุทธ์ “ถ้วยละหลายร้อย” คือความหรูหราที่เอื้อมถึงหรือแพงเกินจริง?
- ความต้องการพิสูจน์: เมื่อเกิดดราม่า พลังโซเชียลจะเปลี่ยนความอยากกินเป็นความอยากรู้ ทุกคนอยากลองเองเพื่อให้ทันกระแส
- Content Creation: ในยุคที่รูปถ่ายคือมูลค่า ไอศกรีมถ้วยนี้กลายเป็นพร็อพชั้นดีที่ช่วยสร้างยอด Engagement บน Instagram หรือ TikTok
- สถานะทางสังคม: การได้ถือสินค้าที่ได้รับความนิยมคือการสร้างภาพลักษณ์ว่าเราคือ “คนทันกระแส” และมีรสนิยม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรามองกลับไปที่มุมผู้ผลิต ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและค่าเช่าที่ในทำเลทองอย่างสยามพารากอนย่อมสูงเป็นธรรมดา แต่กระแสลบกลับเกิดขึ้นเพราะ “การสื่อสาร” ที่แข็งกร้าวเกินไป เช่น การห้ามเคี้ยว หรือการตั้งกฎเกณฑ์ที่ดูไม่เป็นมิตรกับลูกค้า แม้ตัวเนื้อไอศกรีมจะพรีเมียมจริง แต่เมื่อความรู้สึกของลูกค้าติดลบ ราคาก็จะถูกมองว่า “Overprice” ทันที
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คือ สินค้าที่ราคาพรีเมียมจะไปได้ไกลก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบบริการที่ให้เกียรติลูกค้า ความหรูหราที่แท้จริงไม่ควรมาพร้อมกับการกดทับ แต่ควรเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้รับการยกย่องครับ สำหรับคุณแล้ว ไอศกรีมราคาแพงเหล่านี้คือความคุ้มค่าหรือแค่การตลาดที่เกินจริง? ลองแชร์มุมมองกันดูได้นะครับ
ที่มา – “ถ้วยละหลายร้อย” ทำไมคนไทยยอมจ่ายให้ไอศกรีม คือความหรูหราที่เอื้อมถึงหรือแค่แพงเกินจริง?