ทช. บุกจับนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (ทช.10) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 (เหนือคลอง) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐใน จ.กระบี่ ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กอ.รมน., ศรชล., ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และกรมเจ้าท่า ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกาะปู หมู่ 2 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนบุกรุกและถมดินในพื้นที่ป่าชายเลน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการถมดินลงไปในทะเลจริง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 222,164 บาท

เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ในข้อหาก่อสร้างหรือทำลายป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยหลังจากนี้ นายทศพร เอ่งฉ้วน ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองขนาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า นายทุนที่กระทำการดังกล่าว เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับการเดินเรือ และที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดกล้าเข้าไปตรวจสอบ ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาร้องเรียน เนื่องจากเกรงว่าการบุกรุกถมทะเลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน
การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนและถมทะเลเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง การกระทำของนายทุนที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและความเห็นแก่ตัวที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม
ผลกระทบจากการรุกที่ถมทะเลต่อระบบนิเวศ
- ทำลายป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ
- เปลี่ยนแปลงสภาพชายฝั่ง
- ส่งผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้าน
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
การที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานภาครัฐมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
อยากให้ทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้แจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราให้คงอยู่สืบไป
ดังนั้น การ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และหวังว่าการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ที่มา – ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน