ทนายสงกานต์ เอาผิดบังแจ็ค ตัดต่อภาพ ปมแนะข้อกฎหมาย ‘นาย ณภัทร’
ในวันที่ 15 พฤษภาคม ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ 1 เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ บังแจ็ค หรือนายซูลคาร์เนน ราชา ไฮเดอร์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และพวก ในข้อหาละเมิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีนำภาพของทนายสงกานต์ไปตัดต่อทำคลิปวิดีโอสั้นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง
ทนายสงกานต์ เอาผิดบังแจ็ค ตัดต่อภาพ ปมแนะข้อกฎหมาย ‘นาย ณภัทร’
ทนายสงกานต์ อธิบายว่าการแจ้งความครั้งนี้เกิดจากบังแจ็คนำภาพส่วนตัวของตนไปดัดแปลง ตัดต่อ รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลเท็จลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะโพสต์เฟซบุ๊กที่ทนายสงกานต์ให้คำแนะนำทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีของ นายณภัทร ซึ่งเป็นการเตือนสติและชี้แนะข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้มีการต่อว่าหรือโจมตีใดๆ แต่บังแจ็คกลับนำไปตัดต่อจนทำให้ประชาชนและนักกฎหมายหลายคนเข้าใจผิด มองทนายสงกานต์ในแง่ลบ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างรุนแรง
การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ หลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินคดีที่จริงจัง ทนายสงกานต์จึงนำหลักฐานทั้งหมดมาร้องทุกข์ต่อตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตราใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ที่ห้ามนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น
รายละเอียดการแจ้งความและขั้นตอนทางกฎหมาย
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรบ้าง หากพบการกระทำผิดจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนทันที แม้บังแจ็คจะอยู่ต่างประเทศ ก็อาจขอหมายแดง Interpol และประสานประเทศที่เป็นภาคีเพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับไทย
- นำภาพผู้อื่นไปตัดต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เผยแพร่ข้อมูลเท็จลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- บิดเบือนข้อความจนก่อให้เกิดความเสียหาย
- กระทำซ้ำๆ โดยไม่หยุดยั้ง
กรณี ทนายสงกานต์ เอาผิดบังแจ็ค ตัดต่อภาพ ปมแนะข้อกฎหมาย ‘นาย ณภัทร’ นี้ เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด ซึ่งอาจนำไปสู่คดีแพ่งและอาญาได้ ผู้ที่ถูกกระทำควรรวบรวมหลักฐาน เช่น สกรีนช็อต วิดีโอ และบันทึกการโพสต์ เพื่อใช้แจ้งความทันที
ผลกระทบจากภาพตัดต่อและข้อมูลเท็จ
การตัดต่อภาพและคลิปวิดีโอในยุคดิจิทัลทำได้ง่าย แต่ผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะกับบุคคลสาธารณะอย่างทนายสงกานต์ ที่มีบทบาทในการต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การถูกบิดเบือนทำให้สูญเสียความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการทำงานและภาพลักษณ์ในสังคม นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดการเหมารวมและวิจารณ์จากเน็ตไอดอลหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องการยอดวิว
ในทางกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ห้ามนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเท็จซึ่งอาจเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ผู้กระทำผิดอาจถูกปรับสูงสุด 100,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หากเป็นการโจมตีชื่อเสียง อาจเชื่อมโยงกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326-328 เรื่องหมิ่นประมาทด้วย
เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังการแชร์คอนเทนต์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ เพื่อหลีกเลี่ยงคดีความ
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายไทยเข้มงวดกับอาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น หากคุณเคยถูกตัดต่อภาพหรือแพร่ข้อมูลเท็จ แนะนำให้ปรึกษาทนายความและแจ้งความโดยด่วน เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง ติดตามข่าวสารกฎหมายและเคสเด็ดๆ เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!
ที่มา – ทนายสงกานต์ เอาผิดบังแจ็ค ตัดต่อภาพ ปมแนะข้อกฎหมาย ‘นาย ณภัทร’
