ทนายสายหยุด ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านประชาสงเคราะห์จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคมว่ากรณีแบบนี้สามารถอ้างกฎหมายป้องกันตัวได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นเรื่อง ทนายสายหยุด ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก นั้นกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล
ทนายสายหยุด ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก และเกินกว่าเหตุ
ทางทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาวิเคราะห์ผ่านมุมมองทางกฎหมายอย่างน่าสนใจว่า ในฐานะคนที่ทำคดีอาชญากรรมมานาน การที่ตำรวจคนดังกล่าวจะอ้างว่าป้องกันตัวนั้นทำได้ยากมาก โดยเฉพาะหลักการที่ว่า ‘มือเปล่าก็ควรสู้ด้วยมือเปล่า’ หากอีกฝ่ายไม่มีอาวุธ การใช้ปืนยิงถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน
มุมมองแง่กฎหมายเมื่อ ทนายสายหยุด ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก
ข้อเท็จจริงในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่า ฝ่ายคู่กรณีอาจไม่ได้ใช้อาวุธร้ายแรงในการโจมตี ดังนั้นการที่ฝ่ายตำรวจเลือกใช้ปืน 9 มม. ยิงโต้ตอบจนถึงแก่ชีวิต จึงเป็นจุดที่ศาลมักจะไม่รับฟังข้ออ้างป้องกันตัว ดังนี้:
- หลักความพอสมควรแก่เหตุ: กฎหมายระบุชัดว่าการป้องกันต้องทำเพียงเพื่อให้พ้นภยันตราย หากเกินความจำเป็นย่อมมีความผิด
- การกระทำเจตนาฆ่า: เมื่อยิงคู่กรณีขณะที่ฝ่ายนั้นวิ่งหนีหรือไม่มีท่าทีคุกคามต่อเนื่อง การอ้างว่าป้องกันตัวย่อมทำได้ยาก
- ดุลพินิจของศาล: แม้จะมีข้อสันนิษฐานเหล่านี้ แต่บทสรุปสุดท้ายต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน
บทเรียนจากกรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้กับทุกคนว่า การตัดสินใจใช้อาวุธในภาวะอารมณ์ชั่ววูบอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้ สุดท้ายนี้เราต้องติดตามกันต่อไปว่าศาลจะพิจารณาประเด็นการลดโทษหรือมีเหตุบรรเทาโทษอื่นใดหรือไม่
ที่มา – ‘ทนายสายหยุด’ ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก ลดโทษหรือไม่ต้องรอศาลตัดสิน