‘ทนายเปิ้ล’ แถลงการณ์แจงปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ประเด็นของมูลนิธิองค์กรทำดียังคงได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและโครงการก่อสร้างภายในมูลนิธิ ล่าสุด ‘ทนายเปิ้ล’ แถลงการณ์แจงปมมูลนิธิองค์กรทำดี ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่ออธิบายบทบาทหน้าที่ของตัวเอง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินของมูลนิธิ และไม่ทราบรายละเอียดรายรับรายจ่ายที่กำลังถูกตั้งคำถาม
ทนายเปิ้ล-ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ระบุว่า เธอเป็นนักกฎหมายที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงเป็นเนติบัณฑิต โดยทำงานอยู่ในวิชาชีพกฎหมายและยึดถือจรรยาบรรณมาโดยตลอด การเข้ามาช่วยงานมูลนิธิเกิดจากความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านกฎหมายไปช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายได้
‘ทนายเปิ้ล’ แถลงการณ์แจงปมมูลนิธิองค์กรทำดี
เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับบุ๋มจากการช่วยงานด้านสังคมและการดูแลผู้เสียหายในคดีข่มขืนหรือคุกคามทางเพศ ต่อมาจึงได้รับการชักชวนให้เข้ามาช่วยจัดตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี โดยรับหน้าที่ช่วยจดทะเบียนและเป็นกรรมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย งานที่ทำเป็นหลักคือการให้คำปรึกษาแก่ประชาชน การจัดเตรียมเอกสาร การทำหนังสือมอบอำนาจ การจัดทำรายงานการประชุม และการดำเนินการด้านเอกสารต่างๆ ของมูลนิธิ
ตลอดเวลาที่ร่วมงาน ทนายเปิ้ลบอกว่าได้ช่วยเหลือหลายกรณีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหาครอบครัว เด็ก และข้อกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้ยังเคยร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น การแพ็กของบริจาค การจัดเตรียมถุงยังชีพ การประสานงานข้าวกล่อง และการทำงานร่วมกับทีมกู้ภัยในพื้นที่ต่างๆ
‘ทนายเปิ้ล’ แถลงการณ์แจงปมมูลนิธิองค์กรทำดี เรื่องการเงิน
สำหรับประเด็นด้านการเงิน ทนายเปิ้ลยืนยันว่าไม่ได้มีหน้าที่ดูแลและไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือการจัดทำบัญชีของมูลนิธิ เธอระบุว่าไม่ทราบว่ามูลนิธิได้รับเงินจำนวนเท่าไร หรือมีค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง เนื่องจากเป็นส่วนงานที่ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบด้านการเงินจัดการโดยตรง เธอจึงทำหน้าที่เฉพาะด้านกฎหมายตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
ทนายเปิ้ลยังกล่าวด้วยว่า ตัวเองเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องการก่อสร้างนั้น เธอเห็นว่ามีการดำเนินงานอยู่เป็นระยะในช่วงที่เดินทางไปที่มูลนิธิ และเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวมีไว้สำหรับเก็บสิ่งของบริจาค รถ เรือ รวมถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่าการรับรู้เรื่องการก่อสร้างไม่ได้หมายความว่าเธอมีส่วนร่วมในการบริหารงบประมาณหรืออนุมัติค่าใช้จ่าย
- รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและเอกสารของมูลนิธิ
- ให้คำปรึกษาประชาชนและผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- ไม่ได้ดูแลบัญชีหรือเส้นทางการเงินของมูลนิธิ
- เคยร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยและงานอาสาสมัคร
เมื่อเกิดข้อสงสัยครั้งใหญ่ ทนายเปิ้ลยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเครียด เพราะที่ผ่านมาเชื่อมั่นในการทำงานของทีมและเห็นว่าผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด เธอระบุว่าตัวเองและอาสาสมัครจำนวนมากมุ่งทำงานเพื่อช่วยคนเดือดร้อน จึงไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์หรือเงินทองเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม เธอพร้อมช่วยตรวจสอบว่าปัญหาเกิดขึ้นจากจุดใด รวมถึงติดตามยอดเงินและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแก้ไขและชดใช้ได้อย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริง หลังจากนั้นเธอประกาศว่าจะขอลาออกจากการทำงานช่วยเหลือในมูลนิธิ และหันกลับไปดูแลครอบครัว ลูกทั้ง 4 คน และธุรกิจของตัวเอง
ในช่วงท้ายของข้อความ ทนายเปิ้ลยืนยันความบริสุทธิ์ใจและพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกอย่าง เธอมองว่าที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเกิดปัญหากลับต้องเผชิญแรงกดดันและคำวิจารณ์ จึงขอปกป้องตัวเองและต่อสู้เพื่อชีวิตกับอนาคตของครอบครัว พร้อมขอกำลังใจจากคนที่รู้จักและเข้าใจการทำงานของเธอ
กรณีนี้ยังต้องติดตามข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ เพราะข้อกล่าวหาและข้อชี้แจงควรได้รับการตรวจสอบด้วยเอกสารและกระบวนการที่โปร่งใส ประชาชนควรรับฟังข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสิน และผู้เกี่ยวข้องทุกคนควรให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานขององค์กรสาธารณประโยชน์
ท้ายที่สุด การทำงานเพื่อสังคมจำเป็นต้องมีระบบบัญชี การตรวจสอบ และการสื่อสารที่ชัดเจน หากทุกฝ่ายร่วมกันเปิดข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ก็จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยและทำให้ความจริงปรากฏได้เร็วขึ้น



