ทรัมป์ชะลอคว่ำบาตรรัสเซีย ยังไม่ลงโทษจีนฐานซื้อน้ำมัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับนายฌอน แฮนนิตี ผู้ดำเนินรายการของ Fox News ว่าจากการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย “เป็นไปอย่างดีมาก” ซึ่งทำให้ตอนนี้ “ยังไม่มีความจำเป็น” ในการออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม หรือใช้มาตรการลงโทษรุนแรงกับรัสเซีย
ทรัมป์ชะลอคว่ำบาตรรัสเซีย
ทรัมป์ยืนยันว่าผลการเจรจาทวิภาคีกับผู้นำรัสเซียเป็นไปในทางบวก โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในยูเครน จึงยังไม่ต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน แม้ก่อนหน้านี้เขาจะประกาศเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรง ทั้งในรูปแบบ “ภาษีรอง” หรือ “ภาษีทุติยภูมิ” กับประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันและทรัพยากรกับรัสเซีย
จีนยัง “ไม่โดน” แม้ซื้อน้ำมันรัสเซีย
ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า แม้จีนจะยังคงนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แต่ก็ “ยังไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า” แม้สหรัฐจะเพิ่มภาษีต่อสินค้าอินเดียแล้ว 25% และเตรียมเพิ่มเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากอินเดียก็ยังซื้อน้ำมันจากรัสเซียเช่นกัน
นอกจากนี้ สหรัฐและจีนเพิ่งตกลงขยายสัญญา “สงบศึก” ทางการค้าเป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน โดยลดอัตราภาษีที่ตั้งขึ้นซึ่งกันและกัน ตามข้อตกลงที่บรรลุในเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยภาษีของสหรัฐที่มีต่อสินค้าจีนจะลดจาก 145% เหลือ 30% และภาษีของจีนต่อสหรัฐจะลดจาก 125% เหลือ 10%
- สหรัฐและจีนขยายสัญญาลดภาษี 90 วัน
- ลดภาษีแทนกันที่ระดับ 115%
- ระยะเวลาบังคับใช้จนถึง 10 พ.ย. นี้
การชะลอการใช้มาตรการคว่ำบาตรของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงแนวทางของสหรัฐที่ไม่ต้องการสร้างความตึงเครียดกับพันธมิตรสำคัญในเอเชีย เช่น อินเดียและจีน ในขณะที่ยังคงผลักดันให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน
ในทางปฏิบัติ แม้จีนจะยังไม่ถึงขั้นโดน “กล่าวโทษ” อย่างเป็นทางการในตอนนี้ แต่สหรัฐก็ยังคงจับตาดูพฤติกรรมในระยะยาว หากจีนเพิ่มการซื้อสินค้าจากรัสเซียต่อ อาจเผชิญกับมาตรการลอร์ดแรงขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของทรัมป์มีแนวโน้มผสมผสานระหว่างการใช้กำลังด้านเศรษฐกิจและการเจรจาตรงประเด็น การหาจุดสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของสหรัฐกับผลของสงครามในยุโรปแม้ดูยุ่งยาก แต่ก็ยังอยู่ในทางที่สามารถจัดการได้ หากไม่มีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์การเมืองโลก การพัฒนาของ U.S.-China Trade War และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเราในอนาคต
ที่มา – ทรัมป์ชะลอคว่ำบาตรมอสโกเพิ่มเติม ยังไม่ “ลงโทษ” จีน ฐานซื้อน้ำมันรัสเซีย